เต็ดตรา แพ้ค ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่โรงงานในจังหวัดระยอง

เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำเสนอโซลูชั่นการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก ดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 3,076 แผง บนหลังคาโรงงานผลิตในจังหวัดระยองเป็นที่เรียบร้อย ทีมงานของ BayWa r.e. บริษัทผู้พัฒนา ให้บริการ และผู้ค้าส่งพลังงานหมุนเวียนระดับโลก ได้เข้าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานทั้ง 4 อาคารของเต็ดตรา แพ้ค ที่จะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนได้ถึง 1,350 เมกะวัตต์ชั่วโมงในแต่ละปี

นอกจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในจังหวัดระยอง เต็ดตรา แพ้ค ยังเข้าร่วมโครงการอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน รวมถึงการได้ใบรับรองการซื้อพลังงานหมุนเวียนนานาชาติ หรือ International Renewable Energy Certificates (I-RECs) “เต็ดตรา แพ้ค เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่มุ่งสู่มาตรฐานโกลด์สแตนดาร์ด (Gold-Standard) ของ I-RECs ในวันนี้ โรงงานที่จังหวัดระยองสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนได้ 1 เมกะวัตต์จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์” มร. เบิร์ท ยาน โพสต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย กล่าว “การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของเราจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าปีละ 850 ตันเลยทีเดียว”

โครงการนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นของ เต็ดตรา แพ้ค ทั้งในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ปัจจุบัน บริษัทได้จัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าทดแทนมากกว่าครึ่งหนึ่งจากแหล่งผลิตทั่วโลก ทำให้ เต็ดตรา แพ้ค มุ่งสู่ความสำเร็จตามหลักการใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนในการดำเนินงานผลิตทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2573 ตามที่บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ RE100 ซึ่งเป็นการรวมตัวของบริษัทธุรกิจเอกชนชั้นนำของโลก 194 แห่ง ที่ได้วางเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทน 100%

“การใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนในการดำเนินงานของเราถือเป็นความมุ่งมั่นที่สำคัญ ตามแนวทางการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นการช่วยรับมือกับปัญหาการแปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก” มร. มาริโอ อับบริว รองประธานฝ่ายบริหารด้านความยั่งยืน บริษัทเต็ดตรา แพ้ค กล่าว “เต็ดตรา แพ้ค กำลังลงทุนเพื่อเพิ่มอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนให้มากขึ้น ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในโรงงานของเราเอง และผ่านการซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียนสำหรับความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เรามีข้อจำกัดในการดำเนินงานบางประการ”

เต็ดตรา แพ้ค มุ่งมั่นสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนต่ำในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจอยู่ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในอาคารโรงงานทั้งสี่แห่งของบริษัทเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งนับเป็นการปกป้องอนาคตของชุมชน โครงการพลังงานสีเขียวของบริษัทที่ริเริ่มขึ้นจะมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทายเรื่องความมั่นคงทางพลังงานและประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะยาว ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยนำเข้าพลังงาน 70% แต่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนของการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนจาก 14% เป็น 30% ภายในปี พ.ศ.2579 ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของแผนการด้านความยั่งยืนของประเทศ

ที่มา https://www.facebook.com/greennetworkseminar/posts/1394145580747930

Related links

งาน Bangkok RHVAC 2019 และ Bangkok E&E 2019

งานแสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นหรือ Bangkok RHVAC 2019 และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์หรือ Bangkok E&E 2019 ประสบความสำเร็จในการสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม และช่วยกระตุ้นการส่งออก โดยมีจำนวนผู้เข้าชมงานกว่า 10,000 รายและสร้างมูลค่าทางการค้าจากยอดการสั่งซื้อรวมกว่า 2,600 ล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่างาน Bangkok RHVAC 2019 และ Bangkok E&E 2019 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2562 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ได้รับผลการตอบรับที่ดีจากนักธุรกิจนานาชาติที่เดินทางมาชมงานจากทั่วโลก และสามารถสร้างรายได้เป็นมูลค่าการสั่งซื้อรวมทั้งสิ้น 2,633.82 ล้านบาท

สำหรับในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมงานและผู้เข้าชมงาน Bangkok RHVAC 2019 และ Bangkok E&E 2019 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้าทั้งสิ้น 363 บริษัท ใน 1,012 คูหา ส่วนผู้เข้าชมงานมีจำนวนทั้งสิ้น 10,185 ราย จาก 63 ประเทศ โดยนักธุรกิจต่างชาติที่เข้าร่วมงานมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย เวียดนาม บังคลาเทศ เกาหลีใต้ มาเก๊า และเมียนมาร์

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3053226

Related links

ไทยจำเป็นต้องใช้มาตรการAC ก่อนที่อุตสาหกรรมเหล็กจะพินาศ

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กของไทย เป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่ประสบกับปัญหาการทุ่มตลาด (Dumping) และปัญหาการอุดหนุน (Subsidy) หนักมากช่วงหลายปีมานี้ ประกอบกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยจากต้นปี 2018 สหรัฐฯ ได้ตั้งกำแพงภาษีผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นอีก ราว 25-50% จากอัตราภาษีนำเข้าปกติส่งผล ให้ผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงและมีโอกาสที่จะถูกนำเข้าสู่ไทย และประเทศผู้นำเข้าอื่นๆ มากขึ้น

มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping : AD) และมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) เป็น 2 มาตรการที่ประเทศผู้นำเข้าใช้เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากความเสียหายโดยการเก็บภาษีเพิ่มเติมจากอัตราภาษีนำเข้าปกติ อย่างไรก็ตาม มาตรการ AD และ CVD ยังคงสามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงต้องมีการออกมาตรการเพิ่มเติม ในการตอบโต้การหลบเลี่ยง (AntiCircumvention : AC) เพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว

ปริมาณผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบน (ไม่รวม stainless steel) เฉลี่ยจากจีนที่มีการนำเข้าที่คล้ายคลึงกับการหลีกเลี่ยง AD และ CVD (circumvention) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมา (2013-2018) โดยมีปริมาณอย่างน้อย 193,000 ตัน/ปี แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนจากการทำ slight modification ราว 20,000 ตัน/ปี และผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนจากการทำ transshipment ราว 173,000 ตัน/ปี หรือคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยราว 6% ของปริมาณการผลิตเหล็กทรงแบนทั้งหมดในไทย ทั้งนี้ อีไอซี ประเมินว่า การนำเข้าที่คล้ายคลึงกับการหลีกเลี่ยง AD และ CVD (circumvention) ในอนาคต มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/nnd/3049867

Related links

9 โรงงานในกลุ่มบริษัทไอวีแอล คว้ารางวัล CSR-DIW Continuous Award

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล นำโดยผู้บริหารจาก 9 โรงงานในกลุ่มบริษัทไอวีแอลเข้ารับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ประจำปี 2562 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของไอวีแอลในการดำเนินงานด้านความยั่งยืน มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้กับพนักงาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การส่งเสริมด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ พนักงาน และผู้รับเหมา การจ้างงานพนักงานในชุมชนเพื่อส่งเสริมความเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชน การใช้ทรัพยากรและพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนให้การสนับสนุนและให้ความรู้ในการรีไซเคิลแก่ชุมชนโดยรอบ

โรงงานของกลุ่มบริษัทไอวีแอล 9 แห่ง ที่ได้รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ได้แก่ จ.นครปฐม บริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)จ.ลพบุรี บริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด (มหาชน), บริษัท อินโดรามา โฮลดิ้งส์ จำกัด, บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท เอเชีย เพ็ท (ประเทศไทย) จำกัดจ.ระยอง บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด, บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด (PET), บริษัท ทีพีที ปิโตรเคมีคอลส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด (มหาชน)

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3047138

Related links

กลยุทธ์แห่งความสำเร็จในยุคอุตสาหกรรมไร้พรมแดน

ปัจจุบันในยุคที่เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตประจำวันอย่างมาก ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค 4.0 เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นที่กล่าวมาข้างต้น พัฒนาการอันรวดเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ข้อจำกัดในการแข่งขันข้ามอุตสาหกรรมลดลงอย่างมาก ผู้เล่นหน้าใหม่สามารถเข้ามาในตลาดได้ง่ายขึ้น ก่อให้เกิดภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งต่างจากการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมเดิมๆ ในอดีตอย่างสิ้นเชิง

การสร้าง Business Ecosystemแน่นอนว่าบนความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจทำให้องค์กรต้องมีการปรับตัวให้ทันกับสภาพแวดล้อม หนึ่งในกลยุทธ์ที่หลายบริษัทเลือกใช้ในยุคปัจจุบันคือการสร้าง “Business Ecosystem” เพื่อที่จะช่วยรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัล

ถึงแม้ว่ากลยุทธ์นี้จะเพิ่งเริ่มนำมาปรับใช้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นความคิดของ Ecosystem กลับเกิดขึ้นนานมาแล้ว ผ่านบทความของ Prof. James Moore ในปี 1993 ที่ตีพิมพ์ผ่าน Harvard Business Review โดยมีจุดประสงค์แรกเริ่มคือเพื่อใช้สำหรับนวัตกรรมใหม่ที่ไม่สามารถเติบโต (Scale up) ได้ด้วยตนเอง แต่จะต้องอาศัยและพึ่งพิง Digital Ecosystem หรือผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ในการร่วมพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ทางธุรกิจ อาทิ บริษัทที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายของออนไลน์ (E-Commerce marketplace) จะไม่สามารถเติบโตขึ้นได้หากไม่พึ่งพิงบริษัทขนส่ง ผู้ให้บริการทางการโอนและชำระเงิน หรือแม้กระทั่งผู้ขายของรายย่อย องค์ประกอบทางธุรกิจและผู้เล่นรายอื่นๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ช่วยสร้าง Digital Ecosystem ที่สำคัญในการทำธุรกิจทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ ล้วนแต่มี Ecosystem เป็นของตนเอง อาทิ Amazon ที่เริ่มต้นธุรกิจจากการขายหนังสือออนไลน์ แต่ก็ได้สร้างธุรกิจสนับสนุนด้านอื่นๆ

ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การค้าปลีก การขนส่ง สื่อและการตลาด จนกลายเป็นอาณาจักร E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ Alibaba ที่ขยายตัวเองจากอุตสาหกรรมค้าส่งและค้าปลีก มาให้บริการด้านการรับชำระเงิน โฆษณา และคลาวด์คอมพิวติ้งซึ่งให้บริการเกี่ยวกับข้อมูล

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3044001

Related links

Aeroflex รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว จากกระทรวงอุตสาหกรรม

นายอนันท์ โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารและพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด (Aeroflex) บริษัทย่อยของ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (EPG) เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลและเกียรติบัตร “โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจดำเนินงานอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกด้านในการประกอบธุรกิจจนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ณ สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3041439

Related links

อยากวิ่งนำต้องทำตาม!! ก้าวสู่อุตฯ อัจฉริยะยุคใหม่ ต้องใส่ใจ 4 ความ “สมาร์ท” แบบญี่ปุ่น

ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมกำลังมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาแทบจะตลอดเวลา สิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากก็คือ การนำ”ระบบอัจฉริยะ” หรือที่เรียกกันอย่างสั้นๆว่า “สมาร์ท” เข้ามาเป็นเฟืองหลักสำหรับขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ก้าวไปสู่ Smart Industry หรือ โรงงานอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นระบบการผลิตที่มีความทันสมัย การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เอื้อต่อการทำงานให้สะดวก ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งในเรื่องของการประหยัดพลังงานและการใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยระบบสมาร์ทเหล่านี้นับเป็นสิ่งที่หลาย ๆ สถานประกอบการควรหันมาใช้และให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างทั้งภาพลักษณ์ การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเพื่อให้รับมือได้ทันกับบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ประเทศหนึ่งซึ่งให้ความสำคัญกับการนำระบบ “สมาร์ท” มาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมคือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากการนำระบบไอโอที หุ่นยนต์ เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย และระบบการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆมาใช้ในการดำเนินงานหลายๆประเภท โดยระบบสมาร์ทต่างๆของญี่ปุ่นยังเป็นต้นแบบและถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมของหลายๆประเทศ รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอุตสาหกรรมในไทย นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการจัดงานนิทรรศการและงานแฟร์ด้านเครื่องจักรและระบบการผลิตทีทันสมัย เพื่อแบ่งปันข่าวสารข้อมูล ตลอดจนกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมได้เรียนรู้เทคโนโลยีนวัตกรรมที่จำเป็น ทั้งนี้ จากความใส่ใจในกระบวนการดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ประเทศญี่ปุ่นจะยังคงไว้ซึ่งสถานะความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมระดับแถวหน้าของโลก

นายทาดาชิ โยชิดะ ประธานสมาคมบริหารจัดการประเทศญี่ปุ่น หรือ JMA กล่าวว่า Smart Industry จะไม่ใช่แนวคิดในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอีกต่อไป หากแต่จะเป็นพัฒนาการและการปฏิวัติรูปแบบโรงงานแบบใหม่ ที่หลายๆระบบจะต้องมีความเป็นอัจฉริยะ มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ชาญฉลาด และมีเครื่องจักร หรือกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในการก้าวไปสู่การเป็นโรงงานอัจฉริยะนั้น สถานประกอบการต่างๆจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติของความเป็น “SMART” 4 ประเภท ได้แก่

– Smart People คือการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะและมีความพร้อมกับการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมในยุคใหม่อยู่เสมอ ซึ่งควรจะเริ่มตั้งแต่ในสถาบันการศึกษา เช่น ทักษะการเขียน Coding ทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเฉพาะทาง การผลิตวิศวกรที่สามารถรองรับความต้องการและผลกระทบทางอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น วิศวกรด้านความเสี่ยง วิศวกรการเงิน วิศวกรด้านไอโอที นอกจากนี้ยังควรจะต้องพัฒนาความสามารถเฉพาะทางที่หุ่นยนต์ หรือ AI ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ เพื่อรับมือกับแนวโน้มการถูกแทนที่แรงงานด้วยเครื่องมือดังกล่าวในอนาคต

– Smart Technology & Innovation โดยเป็นการนำระบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในทุกกระบวนการทางอุตสาหกรรม เพื่อให้ผลลัพธ์ในกระบวนการผลิตและการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลเสียให้น้อยลงที่สุด ซึ่งเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในยุคใหม่คือ IoT (Internet of Things) เป็นการนำระบบอินเทอร์เน็ตมาเชื่อมโยงกับระบบต่างๆภายในสถานประกอบการ เพื่อให้การสั่งการทำงานง่าย รวดเร็ว และสามารถกระทำได้ในทุกที่ทุกเวลา ส่วนต่อมาคือ Big Data ซึ่งจะเป็นระบบที่วิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อทำนายพฤติกรรม การเตือนภัย แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงช่วยในการตัดสินใจให้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามด้วย หุ่นยนต์ ซึ่งจะมีหน้าที่ในการทำงานทดแทนส่วนที่มนุษย์ไม่สามารถกระทำได้ เช่น การทำงานในพื้นที่หรือบรรยากาศที่มีความเสี่ยง การผลิตที่มีความต่อเนื่องหรือระยะเวลาที่ยาวนาน Blockchain ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ความลับของบริษัท การเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ และสุดท้ายคือระบบ AI ซึ่งเป็นระบบที่มีความขำนาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์คุณภาพของสินค้า การคำนวณ การตรวจจับความผิดพลาดจากการดำเนินงาน เป็นต้น

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3038319

Related links

เกาหลีใต้เผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนก.ค. เหตุการผลิตรถยนต์เพิ่ม

สำนักงานสถิติเกาหลีใต้เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนมิ.ย. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น

สำนักงานสถิติระบุว่า การผลิตรถยนต์เดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 6.3% จากเดือนมิ.ย. โดยได้แรงหนุนจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง รถ SUV รุ่น Venue ของฮุนได มอเตอร์ และ รถ SUV รุ่น all-new Seltos ของเกีย มอเตอร์ส

นายคิม โบ-คยัง ผู้อำนวยการแผนกสถิติอุตสาหกรรมของเกาหลีกล่าวว่า การผลิตรถยนต์มีส่วนมากที่สุดที่ทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค. และการผลิตเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากการซ่อมบำรุงโรงงานได้เสร็จสิ้นลงแล้ว

การผลิตในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมก๊าซและไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบเป็นรายเดือนในเดือนก.ค. โดยเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 32 เดือน ในขณะที่ภาคบริการขยายตัว 1% เมื่อเทียบรายเดือน

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq28/3035027

Related links

อมตะร่วมสร้างสังคมแห่งความปลอดภัย

นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยนายอัครเรศร์ ชูช่วย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้เซอร์วิส จำกัด และนางบุปผา กวินวศิน ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ร่วมกับบริษัท ไทย โตเคนเทอร์โม จำกัด จัดกิจกรรมซ้อมแผนควบคุมภาวะฉุกเฉินเหตุสารเคมีรั่วไหลประจำปี 2562 เพื่อเตรียมความพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง บรรเทาความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนโดยรอบ ณ โรงงาน บริษัท ไทย โตเคนเทอร์โม จำกัด

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3031901

Related links

อิมแพ็ค จัดงาน INTERMAT ASEAN

อิมแพ็คประกาศความพร้อมจัดงาน INTERMAT ASEAN และงาน CONCRETE ASIA งานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนาระดับนานาชาติ ด้านอุตสาหกรรมก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีคอนกรีตระดับภูมิภาค เพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาตร์ชาติในด้านการก่อสร้าง โดยรวบรวมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 300 แบรนด์มาจัดแสดงระหว่างวันที่ 5 -7 กันยายน   อาคาร 9 – 10 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมทั้งกิจกรรมเจรจาธุรกิจกว่า 450 นัดหมาย อัดแน่นด้วยสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของประเทศไทย และการสาธิตเทคโนโลยีใหม่ คาดดึงบุคคลากรที่อยู่ในอุตสาหกรรมกว่า 5,000 ราย

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/3029261

Related links