ดัชนีเอ็มพีไอก.พ.หดตัว

สศอ.เผยดัชนีเอ็มพีไองวด ก.พ.62 ลดลงเล็กน้อย 1.56% จับตา เม.ย.-พ.ค. ตั้งรัฐบาลใหม่หวั่นส่งผลการผลิตและการบริโภค บล.กสิกรไทย เผยภาคเอกชนมีการลดประมาณการการลงทุนลง

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ก.พ.2562 ว่า เอ็มพีไอลดลงเล็กน้อยอยู่ระดับ  105.24 ลดลงจากช่วง เดียวกันของปี 2561 คิดเป็น 1.56%  ขณะที่อัตราการใช้กำลัง การผลิตอยู่ที่ 69.03% โดยเอ็มพีไอที่ลดลงสาเหตุหลักมา จากหลายอุตสาหกรรมมีการ ผลิตลดลง แต่ก็มีบางอุตสาห กรรมที่การผลิตโดดเด่นจนดึง ภาพรวมให้เอ็มพีไอภาพรวม ลดลงเล็กน้อย โดยอุตสาหกรรม ที่ขยายตัวมากที่สุดคืออุตสาหกรรมการต้มกลั่นและผสมสุราขยายตัว 65.56%  เนื่องจากมีการผลิตเพื่อรองรับการบริโภคในช่วงเดือน มี.ค.2562 ที่ยอดการจำหน่ายในช่วงการเลือกตั้งจะมากกว่าปกติ และยังผลิต เพื่อรองรับช่วงเทศกาลสง กรานต์ นอกจากนี้ยังมีอุตสาห กรรมสำคัญที่ขยายตัว คือ รถ ยนต์ขยายตัว 3.14% ขณะที่น้ำตาลขยายตัว 4.91% และน้ำมันปิโตรเลียมขยายตัว 2.93%

สำหรับอุตสาหกรรมที่การผลิตลดลง คือ เหล็กลดลง 14.43% เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่ ชำรุดของผู้ผลิตบางราย นอก จากยังมีคอมพิวเตอร์ลดลง12.11% ผลิตภัณฑ์ยางลดลง 7.25% เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็ก ทรอนิกส์ลดลง 7.2% อาหารลดลง 0.1% เคมีภัณฑ์ลดลง 6.1% สิ่งทอลดลง 0.45% และเครื่องนุ่งห่มลดลง 3.83%

“แนวโน้มของเอ็มพีไอ  เดือน เม.ย.2562 จะไม่ได้รับผลกระทบ และจะลดลงตาม สถานการณ์ เพราะช่วงเดือน เม.ย.วันทำงานน้อย การผลิต จะลดลงตามด้วย แต่ช่วงเวลา ที่น่าติดตาม คือ เดือน พ.ค. เพราะจะเริ่มเห็นความชัดเจนของรัฐบาลชุดใหม่ ตลอดจนนโยบายด้านเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อการผลิต ซึ่งจะมีผลต่อเอ็มพีไอ อย่างไรก็ดีเชื่อว่าการมีรัฐบาลเลือกตั้งจะส่ง ผลดีต่อการลงทุนจากต่างชาติ” นายณัฐพลกล่าว

ด้าน นายภาสกร ลิน มณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงทุนภาคเอกชนมีการลดประมาณการการลงทุนลง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองและความเสี่ยงจากระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ส่งผลให้ต่างชาติชะลอการลงทุนในประเทศไทย

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 คาดว่าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คือเสถียรภาพทางเงิน ดังนั้นหากเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นไปในทิศทางที่ดี จะส่งผลให้ กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพในระบบการเงิน และสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายทางการเงินได้

อย่างไรก็ตาม ดัชนีตลาด หลักทรัพย์ปี 2562 จะอยู่จุดต่ำสุดที่ 1,570 และจะอยู่ที่จุดสูงสุดประมาณ 1,750 จุด เนื่องจากความต้องการซื้อของภาคเอกชนในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง.

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/2972204

Related links