จีนเผยยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนเดือนมี.ค.ลดลง 4.1% เทียบรายปี

สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของจีน (CAICT) เปิดเผยว่า ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนของจีนในเดือนมี.ค. ลดลง 4.1% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 26.94 ล้านเครื่อง

CAICT ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยรายงานระบุว่า ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 94.9% ของยอดการจัดส่งโทรศัพท์มือถือทั้งหมดของจีนในเดือนมี.ค.

รายงานระบุว่า แม้ตลาดโทรศัพท์มือถือหดตัวลง แต่การลดลงยังไม่รุนแรงมากนัก
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ยอดการจัดส่งโทรศัพท์มือถือทั้งหมดในเดือนมี.ค. ลดลง 6% โดยในจำนวนนี้ 95.1% เป็นโทรศัพท์ระบบ 4G ขณะที่โทรศัพท์มือถือแบรนด์ของจีน มีสัดส่วนในการจัดส่งทั้งหมด 90.5% ในเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้นจาก 90.3% ในเดือนก.พ. 2562

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq38/2979045

Related links

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ฉลอง 20 ปี เปิดใหญ่ศูนย์ปฏิบัติการทดสอบ

สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 5 ณ ศูนย์ปฏิบัติการและมาตรฐานสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นิคมอุตสาหกรรมบางปู พร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงาน และนิทรรศการทางวิชาการแสดงผลงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม โดยมีนายพสุ โหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวนิสากร จึงเจริญะพรรมรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสมอ. และนายสมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมงานด้วย

อาคารปฏิบัติการืดสอบ 5 จัดสร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายขอบข่ายการให้บริการด้านหารมาตรฐาน การทดสอบ และการรับรองผลิตภัณฑ์ของสถาบันฯในอนาคตไได้อีก  3-5 ปี อาทิ การทดสอบอุปกรณ์EV Charger การทดสอบเครื่องปรับอากาศระบบ Mulit-Split รวมทั้งรองรับงานมาตรฐานอื่นๆ และ Smart Electronics เป็นต้น

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Related links

รัฐมนตรีช่วย ก.อุตฯ ลงพื้นที่ก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์ฯ สาธิตการทดสอบสนามตามมาตรฐานสากล หลังได้รับการรับรองจากสเปน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติแห่งแรกของอาเซียน ชมการทดสอบสนามตามมาตรฐานสากล หลังได้รับการรับรองสนามทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 และ ISO 10844 : 2014 จาก Applus+IDIADA ราชอาณาจักรสเปน

นายสมชาย  หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเดินทางลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center – ATTRIC) และเป็นประธานสักขีพยานในการรับมอบใบรับรองสนามทดสอบยางล้อ ตามมาตรฐาน UN R117 จาก Applus+IDIADA ราชอาณาจักรสเปน ว่า คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์ฯ ภายในกรอบวงเงิน 3,705.7 ล้านบาท บนพื้นที่ 1,235 ไร่ ณ บริเวณเขตสวนป่าลาดกระทิง ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้บริการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์   ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อตามมาตรฐานสากล

ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ – ATTRIC (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center) เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเร่งรัดการพัฒนาการมาตรฐาน การวิจัยและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนและยางล้อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอนาคต เอื้อให้เกิดการลงทุนในกิจกรรมการวิจัยและพัฒนายานยนต์ต้นแบบ และชิ้นส่วนยานยนต์ต้นแบบ ตามเป้าหมายอุตสาหกรรม S-Curve ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EASTERN ECONOMIC CORRIDOR : EEC) ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ในการสร้างแรงจูงใจให้มีการลงทุนภายในประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการพัฒนาให้เป็นประตูสู่การค้าในฐานการผลิต และระบายสินค้าของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า  การดำเนินการก่อสร้างศูนย์ทดสอบฯ ระยะที่ 1 ประกอบด้วยสนามทดสอบยางล้อและเครื่องมือทดสอบตามมาตรฐาน UN R117 ทดสอบรายการเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน (Noise) การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก (Wet Grip) และความต้านทานการหมุนของยางล้อ (Rolling Resistance) จะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3    ของปี 2562 ซึ่งในวันนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ Applus+IDIADA ราชอาณาจักรสเปน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ และให้บริการด้านการออกแบบ ทดสอบทางวิศวกรรม และให้บริการด้านการรับรองยานยนต์และชิ้นส่วนตามมาตรฐานสากลแก่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ได้เดินทางมามอบใบรับรองสนามทดสอบตามมาตรฐาน UN R117 และพื้นผิวสนามทดสอบเสียง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 10844 : 2014 ให้แก่ สมอ. สร้างความเชื่อถือในระดับสากล
 
เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่ สมอ. จัดให้มีการสาธิตการทดสอบ  ยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยได้รับชมอีกด้วย สำหรับการดำเนินการในระยะที่ 2 ที่ประกอบด้วย สนามทดสอบกลางแจ้ง 5 สนาม คือ 1) สนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์ (Long Distance and High Speed) 2) สนามทดสอบระบบเบรก (Brake Performance) 3) สนามทดสอบระบบเบรกมือ (Park Brake) 4) สนามทดสอบเชิงพลวัต (Dynamic Platform) และ 5) สนามทดสอบการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง (Skid-Pad) ขณะนี้ ได้ดำเนินการออกแบบการก่อสร้างทั้ง 5 สนามแล้ว คาดว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2564

ที่มา : M Report

Related links