นายกฯ ชักชวนจีนลงทุนไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมร่วมมือด้านการค้าตั้งเป้า 1.4 แสนล้านดอลล์ในปี 64

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในระหว่างเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation – BRF) ครั้งที่ 2 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนว่า นายกรัฐมตรีกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นในการเยือนจีนครั้งนี้ และยินดีที่ได้เข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation – BRF) ครั้งที่ 2 สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของจีนและประเทศผู้เข้าร่วมอื่น ๆ ในการสนับสนุนข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของไทยที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงในภูมิภาค ไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างจีน ประเทศกลุ่ม ACMECS และอาเซียน นายกรัฐมนตรีหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานระหว่างกัน

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของผู้นำจีนที่พัฒนาและปฏิรูปประเทศจนมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนชาวจีน ไทยหวังว่าจะได้ร่วมมือกับจีนเพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันต่อไป

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยผู้นำไทยและจีนต่างยินดีที่ทั้ง 2 ประเทศ มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิด และผลักดันความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงให้มีผลเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีน ในการรับเสด็จพระราชวงศ์และการต้อนรับการเยือนระดับสูงของไทยในช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมกล่าวเชิญนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในห้วงการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) ครั้งที่ 14 ที่ประเทศไทยด้วย

สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายต่างมองว่า ไทยและจีนยังมีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจได้อีกมาก เพื่อบรรลุเป้าหมายการค้าทวิภาคีที่ตั้งไว้ที่ 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยยินดีอย่างยิ่งที่มีส่วนสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้านำเข้านานาชาติ (China International Import Expo) ครั้งที่ 1 และไทยพร้อมเข้าร่วมงานดังกล่าวในปีต่อไป

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวเชิญชวนผู้ประกอบการของจีนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Made in China 2025 ของจีนด้วย อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่, หุ่นยนต์, การซ่อมบำรุงอากาศยาน, ระบบราง เป็นต้น ในส่วนของความร่วมมือโครงการรถไฟไทย – จีน นายกรัฐมนตรียินดีที่มีการลงนามบันทึกความร่วมมือเส้นทางเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างหนองคายและเวียงจันทน์ พร้อมเน้นย้ำว่าไทยได้เร่งรัดให้โครงการรถไฟไทย – จีน ให้คืบหน้าตามกำหนด จึงขอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับความร่วมมือ 3 ฝ่าย (ไทย – จีน – ญี่ปุ่น) ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า การพัฒนาโครงการ EEC จะเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและภูมิภาค รวมทั้งเป็นประตูเชื่อมโยงจีนผ่านเขตอ่าวกวางตุ้ง – ฮ่องกง – มาเก๊า และเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียงต่อไป นายกรัฐมนตรีเชิญชวนจีนให้นำคณะเข้ามาศึกษาดูงานในพื้นที่ EEC ใน 12 สาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยไทยมีสิทธิประโยชน์ให้แก่นักลงทุนต่างชาติในพื้นที่ดังกล่าว อาทิ การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากร การถือครองกรรมสิทธิในที่ดิน เป็นต้น

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยในฐานะประธานอาเซียน ได้ให้ความสำคัญกับวิสัยทัศน์ความเป้นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียน – จีน ค.ศ. 2030 ซึ่งจะเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและส่งเสริมความร่วมมือบนผลประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งสนับสนุนให้มีการสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ภายในปีนี้ ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยไทยยินดีที่จีนตอบรับเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรี RCEP สมัยพิเศษในเดือนสิงหาคมปีนี้ นอกจากนี้ ไทยสนับสนุนปีการแลกเปลี่ยนสื่อมวลชนอาเซียน – จีน ซึ่งจะเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างความเข้าใจในระดับประชาชนของทั้งสองประเทศ ผ่านการร่วมผลิตภาพยนตร์และสารคดี กิจกรรมสัมมนาสื่อมวลชนอาเซียน – จีน เป็นต้น

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2983458

Related links

Microsoft จับมือ BMW เปิด Open Manufacturing Platform

Microsoft และ BMW ได้ประกาศความร่วมมือในการใช้ Open Manufacturing Platform ที่เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการรวมถึง Productivity ด้วยการสนับสนุนความร่วมมือของทีมผ่าน IIoT

Open Manufacturing Platform (OMP) นั้นเป็นแพลทฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายกำแพงของการทำงานในอุตสาหกรรมยุคปัจจุบันที่มีความซับซ้อน การสั่งสมและการสร้างข้อมูลมากมายจากระบบรวมไปถึง Productivity ที่เชื่องช้า ด้วยการแชร์ข้อมูลการทำงานผ่าน IIoT มีเป้าหมายเพื่อการเร่งการพัฒนาด้าน IoT สำหรับอุตสาหกรรม ลดระยะเวลาในการสร้างมูลค่า และขับเคลื่อนศักยภาพการผลิตในขณะที่จัดการกับความท้าทายอื่น ๆ ในงานอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน

พื้นฐานของ OMP นี้มาจาก Azure Industrial Cloud Platform ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจาก Microsoft มีโครงสร้างการทำงานเป็น Open Source ที่ตั้งอยู่บนมาตรฐานของอุตสาหกรรมและโมเดล Open Data ปลดล็อคการความสามารถในการวิเคราะห์และความสามารถของ Machine Learning ซึ่งต่อยอดการทำงานระบบอัตโนมัติด้วย AI และ Cloud และด้วยเครื่องจักร หุ่นยนต์และระบบเคลื่อนย้ายอัตโนมัติกว่า 3,000 หน่วยของ BMW ในปัจจุบันที่เชื่อต่อกับกับแพลตฟอร์ม IoT ของ BMW Group ที่มี Azure เป็นพื้นฐานเดิมทำให้สามารถปรับปรุงการทำงานได้ทันที

และเพื่อสร้างศักยภาพในการทำงานสิ่งสำคัญ คือ Community หรือกลุ่มชุมชนที่พร้อมจะแบ่งปันข้อมูลกันซึ่ง BMW และ Microsoft ต่างสนับสนุนให้ผู้ผลิตยานยนต์รายอื่น ๆ หันมาใช้ OMP เพื่อส้างเครือข่ายและพัฒนาการเติบโตของระบบที่จะทำให้เหล่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน

ที่มา:
Enterpriseinnovation.net

Related links

ดัชนีเอ็มพีไอก.พ.หดตัว

สศอ.เผยดัชนีเอ็มพีไองวด ก.พ.62 ลดลงเล็กน้อย 1.56% จับตา เม.ย.-พ.ค. ตั้งรัฐบาลใหม่หวั่นส่งผลการผลิตและการบริโภค บล.กสิกรไทย เผยภาคเอกชนมีการลดประมาณการการลงทุนลง

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ก.พ.2562 ว่า เอ็มพีไอลดลงเล็กน้อยอยู่ระดับ  105.24 ลดลงจากช่วง เดียวกันของปี 2561 คิดเป็น 1.56%  ขณะที่อัตราการใช้กำลัง การผลิตอยู่ที่ 69.03% โดยเอ็มพีไอที่ลดลงสาเหตุหลักมา จากหลายอุตสาหกรรมมีการ ผลิตลดลง แต่ก็มีบางอุตสาห กรรมที่การผลิตโดดเด่นจนดึง ภาพรวมให้เอ็มพีไอภาพรวม ลดลงเล็กน้อย โดยอุตสาหกรรม ที่ขยายตัวมากที่สุดคืออุตสาหกรรมการต้มกลั่นและผสมสุราขยายตัว 65.56%  เนื่องจากมีการผลิตเพื่อรองรับการบริโภคในช่วงเดือน มี.ค.2562 ที่ยอดการจำหน่ายในช่วงการเลือกตั้งจะมากกว่าปกติ และยังผลิต เพื่อรองรับช่วงเทศกาลสง กรานต์ นอกจากนี้ยังมีอุตสาห กรรมสำคัญที่ขยายตัว คือ รถ ยนต์ขยายตัว 3.14% ขณะที่น้ำตาลขยายตัว 4.91% และน้ำมันปิโตรเลียมขยายตัว 2.93%

สำหรับอุตสาหกรรมที่การผลิตลดลง คือ เหล็กลดลง 14.43% เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่ ชำรุดของผู้ผลิตบางราย นอก จากยังมีคอมพิวเตอร์ลดลง12.11% ผลิตภัณฑ์ยางลดลง 7.25% เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็ก ทรอนิกส์ลดลง 7.2% อาหารลดลง 0.1% เคมีภัณฑ์ลดลง 6.1% สิ่งทอลดลง 0.45% และเครื่องนุ่งห่มลดลง 3.83%

“แนวโน้มของเอ็มพีไอ  เดือน เม.ย.2562 จะไม่ได้รับผลกระทบ และจะลดลงตาม สถานการณ์ เพราะช่วงเดือน เม.ย.วันทำงานน้อย การผลิต จะลดลงตามด้วย แต่ช่วงเวลา ที่น่าติดตาม คือ เดือน พ.ค. เพราะจะเริ่มเห็นความชัดเจนของรัฐบาลชุดใหม่ ตลอดจนนโยบายด้านเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อการผลิต ซึ่งจะมีผลต่อเอ็มพีไอ อย่างไรก็ดีเชื่อว่าการมีรัฐบาลเลือกตั้งจะส่ง ผลดีต่อการลงทุนจากต่างชาติ” นายณัฐพลกล่าว

ด้าน นายภาสกร ลิน มณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงทุนภาคเอกชนมีการลดประมาณการการลงทุนลง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองและความเสี่ยงจากระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ส่งผลให้ต่างชาติชะลอการลงทุนในประเทศไทย

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 คาดว่าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คือเสถียรภาพทางเงิน ดังนั้นหากเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นไปในทิศทางที่ดี จะส่งผลให้ กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพในระบบการเงิน และสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายทางการเงินได้

อย่างไรก็ตาม ดัชนีตลาด หลักทรัพย์ปี 2562 จะอยู่จุดต่ำสุดที่ 1,570 และจะอยู่ที่จุดสูงสุดประมาณ 1,750 จุด เนื่องจากความต้องการซื้อของภาคเอกชนในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง.

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/2972204

Related links