‘ไทยรุ่ง’เปิดตัว’TR Transformer II 2.8AT4WD’ ในงาน’ไทยรุ่ง มอเตอร์โชว์2019’ที่โชว์รูมถ.วิภาวดี

บริษัท ไทยรุ่ง ยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) แจ้งข่าวว่า บริษัท ไทยรุ่ง ยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการออกแบบ และผลิตรถยนต์อเนกประสงค์สายพันธุ์ไทย ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสม มายาวนานในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ไทยมากกว่า 50 ปี และยังมีรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2560 เป็นสิ่งการันตีถึงความเป็นผู้นำ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

ในไตรมาสนี้ ไทยรุ่ง ได้พัฒนารถยนต์ TR TRANSFORMER II รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร โดยยังคงคอนเซ็ปต์ เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุก ไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว ด้วยดีไซน์ ที่โดดเด่น และเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในการขับขี่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ พร้อมจัดกิจกรรม ไทยรุ่งมอเตอร์โชว์ 2019 ณ โชว์รูมไทยรุ่ง สาขาวิภาวดีรังสิต ด้วยแคมเปญสุดพิเศษ “โปรหนัก จัดแรง” เฉพาะงานนี้เท่านั้น

นางสาวแก้วใจ เผอิญโชค แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทไทยรุ่งกรุ๊ป กล่าวว่า จากการนำรถยนต์ TR Transformer II ซึ่งได้มีการตกแต่งพิเศษ ไปโชว์ในงาน Motor Expo เมื่อปลายปีที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และเพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถยนต์อเนกประสงค์สายพันธุ์ไทย ทางบริษัทจึงได้พัฒนารถยนต์ Toyota Revo รุ่น 2.8G ขับเคลื่อน 4  ล้อ เกียร์อัตโนมัติ มาพัฒนาต่อยอดให้กับกลุ่มลูกค้าที่ชอบท่องเที่ยวเป็นครอบครัว และมองหารถที่พร้อมอรรถประโยชน์มากมาย มีความสะดวกสบายในการขับขี่ ลุยได้ทุกสถานการณ์ทั้งในเมือง และนอกเมือง

ในวันนี้ก็ได้นำรถยนต์ TR Transformer II 2.8 AT 4WD มาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในงานนี้เพื่อให้ทางสื่อมวลชนได้ชมและสัมผัส ในงาน THAI RUNG MOTOR SHOW 2019 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 มีนาคม-7 เมษายน 2562 ณ โชว์รูมไทยรุ่ง วิภาวดีรังสิต

นอกจากนี้แล้ว ภายในงานทาง บริษัทยังได้นำรถยนต์ TR Transformer รุ่นต่างๆ มาให้ชมและทดลองขับมากมาย พร้อมรับแคมเปญสุดพิเศษ
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่า TR Transformer II จะทำให้คนไทยมีความ ภูมิใจ ที่ได้ใช้รถยนต์ของคนไทยที่มี รูปลักษณ์โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร ด้วยอรรถประโยชน์มากมาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตส์

ที่มา :หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Related links

นายกฯ ติดตามความคืบหน้าศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ เร่งรัดเดินหน้าเฟส 2

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางไปตรวจติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ที่ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำหรับศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ เป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่การเป็น Super Cluster อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีแผนการดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ โครงการระยะที่ 1 ส่วนทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 ประกอบด้วยสนามทดสอบยางล้อและเครื่องมือทดสอบตามมาตรฐาน ทดสอบรายการเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุนของยางล้อ

โครงการระยะที่ 2 ส่วนทดสอบยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 ขณะนี้ได้ออกแบบและปรับพื้นที่เสร็จแล้วเพื่อรองรับการก่อสร้างสนามทดสอบยานยนต์และชิ้นส่วน รวม 5 สนาม คือ 1) สนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์ (Long Distance and High Speed) 2) สนามทดสอบระบบเบรก (Brake Performance) 3) สนามทดสอบระบบเบรกมือ (Park Brake) 4) สนามทดสอบเชิงพลวัต (Dynamic Platform) และ 5) สนามทดสอบการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง (Skid-Pad)

ทั้งนี้ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ตั้งบนพื้นที่ 1,235 ไร่ และจะเป็นกลไกสำคัญของประเทศไทยจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 6 ล้านคน ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกิดการจ้างงานบุคลากรในพื้นที่ ด้านช่างเทคนิคไม่น้อยกว่า 200 คน และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่า 2,000 คน คิดเป็นรายได้ 500-1,000 ล้านบาทต่อปี เกิดการลงทุนธุรกิจการค้าและธุรกิจต่อเนื่อง สร้างรายได้ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอนาคต นอกจากนี้ ยังเอื้อให้เกิดการลงทุนในกิจกรรมการวิจัยและพัฒนายานยนต์ต้นแบบ ตามเป้าหมายที่สำคัญของอุตสาหกรรม S-Curve ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC อีกด้วย

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะขับเคลื่อนโครงการนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง และเร่งรัดผลักดันให้มีการดำเนินการในระยะที่ 2 ให้แล้วเสร็จ โดยต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันนี้มีความสำเร็จของยางไทย ที่ประเทศโอมานเข้าร่วมโครงการส่งเสริมความร่วมมืออุตสาหกรรมยางด้านนวัตกรรมถนนผสมยางพารา และได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานต้นแบบถนนยางพาราที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อีกทั้งมุ่งต่อยอดงานวิจัยพร้อมผลักดันนวัตกรรมถนนยางพาราไทยสู่เวทีโลก ให้ความสนใจเทคโนโลยีการผสมยางสำหรับทำถนนของไทย เนื่องจากถนนลาดยางพารา เป็นนวัตกรรมงานวิจัยที่ไทยพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกับยางพารา เพราะประเทศไทยมียางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจและผลิตมากที่สุดในโลก ถนนผสมยางพาราได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับชาติ ความโดดเด่นของการนำยางพารามาผสมเพื่อทำถนน จะเป็นการเพิ่มคุณสมบัติการทนความร้อนได้มากกว่าถนนยางมะตอยปกติ และมีค่าความยืดหยุ่นและคืนตัวดีกว่า มีความแข็งแรงและอายุการใช้งานที่มากกว่า ทำให้เหมาะสมกับประเทศในเขตร้อน

“ในฐานะนายกฯ จะเป็นสะพานก้าวข้ามไปตามสิ่งที่เรามุ่งหวังไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดความสงบสุขและสันติสุขแก่ประเทศไทย และพร้อมจะทำให้ดีที่สุด”

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/2969980

Related links