CyberLogitec เปิดตัวระบบปฏิบัติการ OPUS Terminal M สำหรับท่าเทียบเรือขนาดกลางและขนาดย่อม

โซลูชันคลาวด์และเบราว์เซอร์สำหรับท่าเทียบเรือขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้าถึงง่าย ยืดหยุ่น ปรับขนาดได้ และมีศักยภาพสูง
CyberLogitec ผู้นำด้านเทคโนโลยีส่วนปฏิบัติการในอุตสาหกรรมการเดินเรือ ท่าเทียบเรือ/สถานีขนส่ง และโลจิสติกส์ เปิดตัวระบบปฏิบัติการท่าเทียบเรือตู้สินค้า OPUS Terminal M ที่สามารถรองรับการจัดการตู้สินค้าหลายรูปแบบ ได้แก่ Breakbulk Cargo, Project Cargo, Bulk Cargo และ RO-RO Cargo

นอกจากนี้ โซลูชันดังกล่าวยังรองรับปฏิบัติการของสถานีหลายแห่ง สำหรับผู้ประกอบการที่บริหารสถานีมากกว่าหนึ่งแห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ท่าเทียบเรือตู้สินค้า สถานีตู้สินค้าบนบก ไปจนถึงสถานีเก็บตู้สินค้าเปล่า

OPUS Terminal M ออกแบบมาเพื่อท่าเทียบเรือขนาดกลางและขนาดย่อม โดยใช้ฟังก์ชันขั้นสูงจากโซลูชัน OPUS Terminal ของ CyberLogitec โดยฟังก์ชันที่ล้ำสมัยที่สุดคือ ระบบแสดงภาพตู้สินค้าและลานพักตู้สินค้าเรียลไทม์แบบ 2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อให้บริหารจัดการและตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังรับประกันมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูงด้วย

คุณ Jason Hyeon กรรมการผู้จัดการของ CyberLogitec Global กล่าวว่า “OPUS Terminal M สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม โดยนอกจากจะเข้าถึงง่ายและมีความยืดหยุ่นแล้ว ยังมีฟังก์ชันการทำงานเต็มรูปแบบ ซึ่งมอบประโยชน์และประสิทธิภาพการดำเนินงานขั้นสูงให้แก่ท่าเทียบเรือทุกขนาด จากเดิมที่ได้รับเฉพาะท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ด้วยข้อจำกัดด้านต้นทุน”

โซลูชันอิงเบราว์เซอร์ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลผ่านจุดต่างๆ ได้อย่างง่ายดายแบบเรียลไทม์ มาพร้อมฟีเจอร์จำเป็นสำหรับอุปกรณ์มือถืออย่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ ระบบแบบบูรณาการยังช่วยลดการพึ่งพาระบบเพิ่มเติมจากภายนอก แต่อินเทอร์เฟซที่ยืดหยุ่นก็พร้อมรับประกันความราบรื่นหากต้องมีการทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ

OPUS Terminal M ใช้ได้กับระบบดั้งเดิมในองค์กรหรือระบบคลาวด์ โดยลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งผ่านโซลูชันโฮสต์หรือ SaaS ซึ่งจะทำให้ฟังก์ชันต่างๆ ใช้งานได้ในหลากหลายโมดูล ปัจจุบัน OPUS Terminal M เป็นระบบปฏิบัติการท่าเทียบเรือตู้สินค้าที่ทันสมัยที่สุด โดยสามารถรองรับการทำงานของท่าเทียบเรือหลายแห่งและการขนส่งหลายรูปแบบผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์

โซลูชันดังกล่าวจะได้รับการนำเสนอในงาน TOC Europe 2019 ระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายน ณ เมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

เกี่ยวกับ CyberLogitec
CyberLogitec สนับสนุนห่วงโซ่อุปทานโลกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยรับมือกับความท้าทายด้านการดำเนินงานและตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางเรือ ระบบปฏิบัติการท่าเทียบเรือและสถานีขนส่ง หรือการบริหารการขนส่งสินค้าและคลังสินค้า โซลูชันแบบบูรณาการของเราก็พร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีขั้นสูงของเราทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นระบบดิจิทัลอัตโนมัติ ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพ ความสามารถในการแข่งขัน ผลิตภาพ และบริการ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในส่วนใดของห่วงโซ่อุปทานโลกก็ตาม

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/anpi/3001611

Related links

กระทรวงแรงงานเฟ้นหาหัวกะทิยกระดับป้อนอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์

ก.แรงงาน เปิดสนามสอบคัดเลือกป.ตรี และผู้ว่างงาน เข้าอบรมหลักสูตรธุรกิจรับส่งสินค้าระหว่างประเทศ การันตีฝึกจบมีงานทำทันที
นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ 1ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต เป็นรากฐานสำคัญ ของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกลไกที่ส่งผ่านมูลค่าของสินค้าและบริการจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค การพัฒนาบุคลากรในอุตาหกรรมนี้ให้มีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน ในฐานะหน่วยงานหลัก จึงมีนโยบายที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานคุณภาพ หรือ super worker ตามนโยบาย 3 A โดยบูรณาการความร่วมมือในรูปแบบประชารัฐกับสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) และโรงเรียนธุรกิจการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ (ITBS) จัดฝึกอบรม เพื่อผลิตแรงงานคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการ ในภาคอุตสาหกรรมนี้ ทั้งนี้ยังสามารถช่วยลดปัญหาการว่างงานของผู้จบปริญญาตรีอีกด้วย

ตั้งแต่ปี 2558 ได้มีการดำเนินการพัฒนาทักษะให้แก่ผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ที่ต้องการ re-skill เพื่อทำงานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไปแล้ว 206 คน โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมได้รับการบรรจุงานทุกคนและมีรายได้เฉลี่ย 20,000 บาท / เดือน สำหรับปี 2562 กพร. ตั้งเป้าผลิตบุคลากรเพิ่มอีก 300 คน ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 4 รุ่น ๆ ละ 50 คน รวม 200 คน ซึ่งจากการสำรวจพบว่าผู้ผ่านการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีงานทำและอาชีพที่แน่นอน ดังนั้น เพื่อดำเนินการอย่างต่อเนื่อง กพร.จึงจัดให้มีการทดสอบและประเมินความรู้ความสามารถ เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร “ธุรกิจการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ” ตามโครงการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ รองรับธุรกิจการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ โดยจัดให้มีการวัดความรู้เบื้องต้นด้านโลจิสติกส์ ความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2562 จากนั้นมีการสอบสัมภาษณ์ เพื่อทำการคัดเลือกผู้สมัคร 100 คน จากผู้สมัครทั้งสิ้น 197 คน

อธิบดี กพร. ยังกล่าวต่อไปว่า การอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยฝึกภาคทฤษฎีช่วง ระหว่างวันที่ 24 พ.ค. – 12 ก.ค. 2562 และการฝึกภาคปฏิบัติ ระหว่างวันที่ 18 ก.ค. – 10 ก.ย. 2562 ระหว่างการฝึกภาคทฤษฎี 2เดือน สถานประกอบการที่รับผู้ฝึกอบรมเข้าไปฝึกงาน จะช่วยทำหน้าที่คัดกรอง เพื่อเฟ้นหาผู้ที่เหมาะสมส่งไปฝึกภาคปฏิบัติในตำแหน่งที่เหมาะสม และรับเข้าทำงานต่อไป ซึ่งเป็นการการันตีว่าผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถมีงานทำแน่นอน

ด้าน นายเสก สุขวงศ์ อายุ 26 ปี กล่าวว่า เดิมทำงานเป็นพนักงานประจำฝ่ายบริการลูกค้าแต่ไม่ถนัดงานด้านนี้ จึงคิดอยากจะเปลี่ยนงาน ทราบข่าวว่ากรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีโครงการนี้ เลยสนใจและภาคขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศกำลังเติบโต และต้องการบุคลากรจำนวนมาก จึงเข้ามาสมัคร และเตรียมตัวด้วยการค้นคว้าหาความรู้ทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติม จึงมีความมั่นใจพอสมควร แต่ไม่ถนัดด้านภาษาอังกฤษเนื่องจากใช้น้อย หากผ่านการทดสอบครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ และไม่เพียงแค่ตนแต่ยังรวมถึง ผู้ว่างงานและผู้ที่เพิ่งจบปริญญาตรี ยังมีโอกาสเพิ่มพูนประสบการณ์และช่องทางในการประกอบอาชีพด้วย ถ้าไม่ผ่านก็ถือเป็นประสบการณ์เพื่อกลับไปเตรียมตัวให้ดีกว่าเดิมและกลับมาทดสอบอีกครั้งอย่างแน่นอน

ด้าน น.ส.อังศุมาลี มีภู่เพ็ง อายุ 22 ปี เปิดเผยว่า ตนเพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่ไม่ใช่ด้านโลจิสติกส์ ทราบข่าวโครงการจากอาจารย์ผู้สอน ซึ่งเป็นช่วงที่ตนกำลังว่าง และหางานอยู่ จึงตัดสินใจสมัครเข้ามาสอบ เพราะผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้เมื่อจบการฝึกอบรมแล้วจะได้รับการบรรจุเข้าทำงานทันที จึงเห็นโอกาสของเราที่จะได้งานทำ .

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2991507

Related links