โบอิ้ง ส่งมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787 ลำที่ 100 ให้กับอุตสาหกรรมการบินจีน

บริษัทโบอิ้ง ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการบินของสหรัฐได้ส่งมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 Dreamliner ลำที่ 6 ให้กับสายการบินจูนเหยา แอร์ไลน์ของจีนเมื่อวานนี้ และนับเป็นการซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 787 เป็นลำที่ 100 สำหรับอุตสาหกรรมการบินจีน โบอิ้งระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวที่เพิ่งส่งมอบจะมีโลโก้พิเศษบนจมูกของเครื่องระบุว่า “เครื่องบิน 787 ลำที่ 100 สำหรับจีน” นายหวัง จูจิน ประธานบริษัทจูนเหยา แอร์ไลน์ซึ่งเป็นสายการบินเอกชนในเซี่ยงไฮ้กล่าวในพิธีมอบเครื่องบินที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตันว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับมอบเครื่องบินลำพิเศษนี้” เขากล่าวว่า “นับตั้งแต่เราได้รับมอบเครื่องบินลำแรกเมื่อปีที่แล้ว ฝูงบิน 787 ของเรายังคงให้ผลกำไร โดยเครื่องบินรุ่น Dreamliner กำลังมีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นในกองบินของเรา และกลายเป็นหนึ่งในม้างานของเรา”

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq38/3069973

Related links

ทีเอ็มบี ผนึกกำลัง “มิตรผล” ตอกย้ำการเติบโตของธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรอย่างยั่งยืน

ทีเอ็มบี มุ่งมั่นส่งมอบบริการทางการเงินที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ด้วยซัพพลายเชน โซลูชัน (TMB Supply Chain Solution) จับมือ ‘มิตรผล’ พัฒนาบริการด้านการบริหารจัดการเงิน รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจร เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรไทย ทั้ง “เกี๊ยวเงินอัตโนมัติ” “เกี๊ยวของ” ด้วยระบบดิจิทัล วอลเลท (Digital Wallet) และการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาการทำไร่อ้อยสู่โมเดิร์นฟาร์มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนธุรกิจของพันธมิตรให้คล่องตัวและเติบโตที่มากกว่าอย่างแข็งแกร่งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ทีเอ็มบี ให้ความสำคัญในการสร้างการเติบโตให้ลูกค้าธุรกิจของทีเอ็มบีและเครือข่ายคู่ค้าของลูกค้าธุรกิจอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับทางมิตรผลที่มุ่งให้ความสำคัญกับการเติบโตของเครือข่ายคู่ค้าทางธุรกิจหรือเกษตรกรให้เติบโตไปด้วยกัน ทีเอ็มบี จึงร่วมทำงานกับมิตรผลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของมิตรผล เกษตรกร และพันธมิตร ด้วยการร่วมลงพื้นที่ทำงานกับทีมงานที่ดูแลเกษตรกรไร่อ้อยอย่างจริงจัง เพื่อทำความเข้าใจถึงทุกขั้นตอนการทำงานระหว่างมิตรผลและเกษตรกร จนสามารถคิดค้น ต่อยอด สร้างสรรค์โซลูชันที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด ด้วยซัพพลายเชน ไฟแนนซิ่ง โซลูชั่น (Supply Chain Financing Solution) แบบทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-End)

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3067599

Related links

ครม.อนุมัติหลักการกำหนดมาตรฐานไอเสียรถจยย.ตามยูโร 4 เพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เลขที่ มอก. 2915 – 2561 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 5126 (พ.ศ. 2562) ซึ่งกำหนดให้การผลิตรถจักรยานยนต์เฉพาะด้านความปลอดภัย – สารมลพิษจากเครื่องยนต์ ต้องอยู่ระดับที่ 7 หรือเทียบเท่า Euro 4 ซึ่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวเพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามาตรฐานไอเสียจักรยานยนต์ของประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 6 หรือเทียบเท่า Euro 3 แต่เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2562 กระทรวงอุตสาหกรรมโดยสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ได้จัดทำประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมจักรยานยนต์เฉพาะด้านความปลอดภัย – สารมลพิษจากเครื่องยนต์ ปรับมาตรฐานเป็นระดับที่ 7 เทียบเท่า Euro 4 ซึ่งการยกระดับประกาศเป็นกฎกระทรวงเพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรฐานเกิดขึ้นอย่างจริงจัง

“การปรับระดับมาตรฐานจาก Euro 3 เป็น Euro 4 จะสามารถลดปริมาณสารมลพิษ เช่น คาร์บอนด์มอนนอกไซด์ และไฮโดรคาร์บอนด์ในภาพรวมได้ประมาณ 50% ซึ่งคาดว่าร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตจักรยานยนต์มากนัก เพราะได้มีการประกาศออกมาแจ้งให้ทราบแล้วตั้งแต่ต้นปี ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว อีกทั้งร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ใน 60 วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว” น.ส.รัชดา กล่าว

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3063555

Related links

กพร. เปิดผลสำเร็จรีไซเคิลเงินบริสุทธิ์จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์เป็นแห่งแรกของไทย

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดผลสำเร็จในการรีไซเคิลเงินบริสุทธิ์จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และโลหะอะลูมิเนียมจากถุงบรรจุภัณฑ์ได้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและรูปแบบธุรกิจใหม่ โดยการเปลี่ยนขยะหรือของเสียหมุนเวียนกลับมาเป็นวัตถุดิบทดแทน สร้างให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลถุงบรรจุภัณฑ์ที่มีอะลูมิเนียมฟอยล์เป็นองค์ประกอบ ซึ่งประกอบไปด้วยวัสดุบาง ๆ หลายประเภทซ้อนกัน เช่น แผ่นฟอยล์อะลูมิเนียม (Aluminum Foil) และพลาสติกชนิดต่าง ๆ ทำให้รีไซเคิลได้ยาก จึงนิยมกำจัดด้วยการฝังกลบ โดยความสำเร็จในครั้งนี้เป็นการแยกสกัดโลหะอะลูมิเนียมและแวกซ์ ออกมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรม และจะได้มีการขยายผลแยกส่วนที่เป็นน้ำมันสำหรับผลิตเป็นเชื้อเพลิงในระยะต่อไป

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3061259

Related links

‘Thai Rung Demo Car Clearance Sale 2019’โปรดีสุดพร้อมรับ iPhone 11

 ไทยรุ่งฯ ผู้นำด้านการออกแบบและผลิตรถยนต์อเนกประสงค์สายพันธุ์ไทย ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากว่า 50 ปี ผลิตรถยนต์โดยฝีมือของคนไทยและมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ยืนยันด้วยรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2560 ซึ่ง TR Transformer II ได้คว้ารางวัลชนะเลิศด้านเศรษฐกิจ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดแห่งวงการยานยนต์ไทย เตรียมจัดงาน Thai Rung Demo Car Clearance Sale 2019 ระหว่างวันที่ 19-27 ตุลาคม 2562 ณ โชว์รูมไทยรุ่ง สาขาวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นการนำรถ Demo Car และรถ Test Drive มาจำหน่ายในราคาพิเศษ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/tpd/3057993

Related links

เต็ดตรา แพ้ค ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่โรงงานในจังหวัดระยอง

เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำเสนอโซลูชั่นการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก ดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 3,076 แผง บนหลังคาโรงงานผลิตในจังหวัดระยองเป็นที่เรียบร้อย ทีมงานของ BayWa r.e. บริษัทผู้พัฒนา ให้บริการ และผู้ค้าส่งพลังงานหมุนเวียนระดับโลก ได้เข้าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานทั้ง 4 อาคารของเต็ดตรา แพ้ค ที่จะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนได้ถึง 1,350 เมกะวัตต์ชั่วโมงในแต่ละปี

นอกจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในจังหวัดระยอง เต็ดตรา แพ้ค ยังเข้าร่วมโครงการอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน รวมถึงการได้ใบรับรองการซื้อพลังงานหมุนเวียนนานาชาติ หรือ International Renewable Energy Certificates (I-RECs) “เต็ดตรา แพ้ค เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่มุ่งสู่มาตรฐานโกลด์สแตนดาร์ด (Gold-Standard) ของ I-RECs ในวันนี้ โรงงานที่จังหวัดระยองสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนได้ 1 เมกะวัตต์จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์” มร. เบิร์ท ยาน โพสต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย กล่าว “การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของเราจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าปีละ 850 ตันเลยทีเดียว”

โครงการนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นของ เต็ดตรา แพ้ค ทั้งในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ปัจจุบัน บริษัทได้จัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าทดแทนมากกว่าครึ่งหนึ่งจากแหล่งผลิตทั่วโลก ทำให้ เต็ดตรา แพ้ค มุ่งสู่ความสำเร็จตามหลักการใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนในการดำเนินงานผลิตทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2573 ตามที่บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ RE100 ซึ่งเป็นการรวมตัวของบริษัทธุรกิจเอกชนชั้นนำของโลก 194 แห่ง ที่ได้วางเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทน 100%

“การใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนในการดำเนินงานของเราถือเป็นความมุ่งมั่นที่สำคัญ ตามแนวทางการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นการช่วยรับมือกับปัญหาการแปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก” มร. มาริโอ อับบริว รองประธานฝ่ายบริหารด้านความยั่งยืน บริษัทเต็ดตรา แพ้ค กล่าว “เต็ดตรา แพ้ค กำลังลงทุนเพื่อเพิ่มอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนให้มากขึ้น ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในโรงงานของเราเอง และผ่านการซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียนสำหรับความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เรามีข้อจำกัดในการดำเนินงานบางประการ”

เต็ดตรา แพ้ค มุ่งมั่นสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนต่ำในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจอยู่ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในอาคารโรงงานทั้งสี่แห่งของบริษัทเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งนับเป็นการปกป้องอนาคตของชุมชน โครงการพลังงานสีเขียวของบริษัทที่ริเริ่มขึ้นจะมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทายเรื่องความมั่นคงทางพลังงานและประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะยาว ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยนำเข้าพลังงาน 70% แต่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนของการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนจาก 14% เป็น 30% ภายในปี พ.ศ.2579 ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของแผนการด้านความยั่งยืนของประเทศ

ที่มา https://www.facebook.com/greennetworkseminar/posts/1394145580747930

Related links

งาน Bangkok RHVAC 2019 และ Bangkok E&E 2019

งานแสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นหรือ Bangkok RHVAC 2019 และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์หรือ Bangkok E&E 2019 ประสบความสำเร็จในการสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม และช่วยกระตุ้นการส่งออก โดยมีจำนวนผู้เข้าชมงานกว่า 10,000 รายและสร้างมูลค่าทางการค้าจากยอดการสั่งซื้อรวมกว่า 2,600 ล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่างาน Bangkok RHVAC 2019 และ Bangkok E&E 2019 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2562 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ได้รับผลการตอบรับที่ดีจากนักธุรกิจนานาชาติที่เดินทางมาชมงานจากทั่วโลก และสามารถสร้างรายได้เป็นมูลค่าการสั่งซื้อรวมทั้งสิ้น 2,633.82 ล้านบาท

สำหรับในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมงานและผู้เข้าชมงาน Bangkok RHVAC 2019 และ Bangkok E&E 2019 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้าทั้งสิ้น 363 บริษัท ใน 1,012 คูหา ส่วนผู้เข้าชมงานมีจำนวนทั้งสิ้น 10,185 ราย จาก 63 ประเทศ โดยนักธุรกิจต่างชาติที่เข้าร่วมงานมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย เวียดนาม บังคลาเทศ เกาหลีใต้ มาเก๊า และเมียนมาร์

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3053226

Related links

ไทยจำเป็นต้องใช้มาตรการAC ก่อนที่อุตสาหกรรมเหล็กจะพินาศ

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กของไทย เป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่ประสบกับปัญหาการทุ่มตลาด (Dumping) และปัญหาการอุดหนุน (Subsidy) หนักมากช่วงหลายปีมานี้ ประกอบกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยจากต้นปี 2018 สหรัฐฯ ได้ตั้งกำแพงภาษีผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นอีก ราว 25-50% จากอัตราภาษีนำเข้าปกติส่งผล ให้ผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงและมีโอกาสที่จะถูกนำเข้าสู่ไทย และประเทศผู้นำเข้าอื่นๆ มากขึ้น

มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping : AD) และมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) เป็น 2 มาตรการที่ประเทศผู้นำเข้าใช้เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากความเสียหายโดยการเก็บภาษีเพิ่มเติมจากอัตราภาษีนำเข้าปกติ อย่างไรก็ตาม มาตรการ AD และ CVD ยังคงสามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงต้องมีการออกมาตรการเพิ่มเติม ในการตอบโต้การหลบเลี่ยง (AntiCircumvention : AC) เพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว

ปริมาณผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบน (ไม่รวม stainless steel) เฉลี่ยจากจีนที่มีการนำเข้าที่คล้ายคลึงกับการหลีกเลี่ยง AD และ CVD (circumvention) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมา (2013-2018) โดยมีปริมาณอย่างน้อย 193,000 ตัน/ปี แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนจากการทำ slight modification ราว 20,000 ตัน/ปี และผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนจากการทำ transshipment ราว 173,000 ตัน/ปี หรือคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยราว 6% ของปริมาณการผลิตเหล็กทรงแบนทั้งหมดในไทย ทั้งนี้ อีไอซี ประเมินว่า การนำเข้าที่คล้ายคลึงกับการหลีกเลี่ยง AD และ CVD (circumvention) ในอนาคต มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/nnd/3049867

Related links

9 โรงงานในกลุ่มบริษัทไอวีแอล คว้ารางวัล CSR-DIW Continuous Award

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล นำโดยผู้บริหารจาก 9 โรงงานในกลุ่มบริษัทไอวีแอลเข้ารับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ประจำปี 2562 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของไอวีแอลในการดำเนินงานด้านความยั่งยืน มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้กับพนักงาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การส่งเสริมด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ พนักงาน และผู้รับเหมา การจ้างงานพนักงานในชุมชนเพื่อส่งเสริมความเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชน การใช้ทรัพยากรและพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนให้การสนับสนุนและให้ความรู้ในการรีไซเคิลแก่ชุมชนโดยรอบ

โรงงานของกลุ่มบริษัทไอวีแอล 9 แห่ง ที่ได้รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ได้แก่ จ.นครปฐม บริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)จ.ลพบุรี บริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด (มหาชน), บริษัท อินโดรามา โฮลดิ้งส์ จำกัด, บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท เอเชีย เพ็ท (ประเทศไทย) จำกัดจ.ระยอง บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด, บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด (PET), บริษัท ทีพีที ปิโตรเคมีคอลส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด (มหาชน)

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3047138

Related links

กลยุทธ์แห่งความสำเร็จในยุคอุตสาหกรรมไร้พรมแดน

ปัจจุบันในยุคที่เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตประจำวันอย่างมาก ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค 4.0 เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นที่กล่าวมาข้างต้น พัฒนาการอันรวดเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ข้อจำกัดในการแข่งขันข้ามอุตสาหกรรมลดลงอย่างมาก ผู้เล่นหน้าใหม่สามารถเข้ามาในตลาดได้ง่ายขึ้น ก่อให้เกิดภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งต่างจากการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมเดิมๆ ในอดีตอย่างสิ้นเชิง

การสร้าง Business Ecosystemแน่นอนว่าบนความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจทำให้องค์กรต้องมีการปรับตัวให้ทันกับสภาพแวดล้อม หนึ่งในกลยุทธ์ที่หลายบริษัทเลือกใช้ในยุคปัจจุบันคือการสร้าง “Business Ecosystem” เพื่อที่จะช่วยรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัล

ถึงแม้ว่ากลยุทธ์นี้จะเพิ่งเริ่มนำมาปรับใช้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นความคิดของ Ecosystem กลับเกิดขึ้นนานมาแล้ว ผ่านบทความของ Prof. James Moore ในปี 1993 ที่ตีพิมพ์ผ่าน Harvard Business Review โดยมีจุดประสงค์แรกเริ่มคือเพื่อใช้สำหรับนวัตกรรมใหม่ที่ไม่สามารถเติบโต (Scale up) ได้ด้วยตนเอง แต่จะต้องอาศัยและพึ่งพิง Digital Ecosystem หรือผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ในการร่วมพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ทางธุรกิจ อาทิ บริษัทที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายของออนไลน์ (E-Commerce marketplace) จะไม่สามารถเติบโตขึ้นได้หากไม่พึ่งพิงบริษัทขนส่ง ผู้ให้บริการทางการโอนและชำระเงิน หรือแม้กระทั่งผู้ขายของรายย่อย องค์ประกอบทางธุรกิจและผู้เล่นรายอื่นๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ช่วยสร้าง Digital Ecosystem ที่สำคัญในการทำธุรกิจทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ ล้วนแต่มี Ecosystem เป็นของตนเอง อาทิ Amazon ที่เริ่มต้นธุรกิจจากการขายหนังสือออนไลน์ แต่ก็ได้สร้างธุรกิจสนับสนุนด้านอื่นๆ

ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การค้าปลีก การขนส่ง สื่อและการตลาด จนกลายเป็นอาณาจักร E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ Alibaba ที่ขยายตัวเองจากอุตสาหกรรมค้าส่งและค้าปลีก มาให้บริการด้านการรับชำระเงิน โฆษณา และคลาวด์คอมพิวติ้งซึ่งให้บริการเกี่ยวกับข้อมูล

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3044001

Related links