“อุตสาหกรรมรถยนต์” เซ่นพิษโควิด-19 หนักสุดรอบกว่า 30 ปี

ในปีนี้งานมอเตอร์โชว์ หรือ หนึ่งในงานแสดงรถยนต์ที่เคยคึกคัก ต้องเลื่อนไปถึง 2 ครั้งแล้ว ด้วยวิกฤตโควิด-19 ซึ่งผลกระทบในกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงนี้หนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากยอดผลิตรถยนต์เดือน เมษายน ต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี แต่วิกฤตครั้งนี้จะหนักขนาดไหน และจะมีโอกาสอยู่หรือไม่ ส่วนยอดการขายรถยนต์ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็มีเพียง  30,109 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 65%  การผลิตเพื่อส่งออก ที่เคยเป็นความหวังก็เหลือเพียง 20,326 คัน ลดลงกว่า 69 % เป็นการลดลงในทุกตลาด เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงอย่างหนัก

สอดคล้องกับฟากฝั่งของผู้จัดจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ของไทย ที่บอกว่า ในเดือนเมษายนนี้ แม้ยอดจองรถยนต์เริ่มกลับมาได้ 70-80% แล้ว แต่ตัวเลขการจองเข้ามานั้นยังติดอุปสรรคของการปล่อยกู้ ที่ลูกค้าจะได้รับการอนุมัติยากขึ้น เนื่องจากหลายบริษัทได้รับผลกระทบ จึงเป็นความเสี่ยงในการปล่อยกู้

เมื่อการออกรถต้องใช้เงินดาวน์ที่มากขึ้นเพื่อให้การอนุมัติผ่าน กลุ่มรถยนต์อีโคคาร์  ไปจนถึงรถขนาดเล็ก จึงได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ คือผู้ที่เริ่มทำงานใหม่กับกลุ่มนักศึกษา กลับกันกับรถราคาสูง ระดับ 1 ล้านบาทขึ้นไป ยังมียอดขายไปได้อย่างปกติ เนื่องจากกลุ่มนี้มีกำลังซื้อ มีความต้องการ และสามารถต่อรองกับผู้ขายได้มากยิ่งขึ้น และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความต้องการรถยนต์ยังมีอยู่แม้จะมีภาวะโควิด-19 เนื่องจากพ่อ-แม่หลายคน ก็กังวลความเสี่ยงในการรับเชื้อเมื่อใช้งานรถสาธารณะ ยิ่งผนวกกับการลด แลก แจก แถม ของค่ายรถยนต์ ก็ยิ่งเป็นการสร้างความต้องการของตลาดได้อีกทางหนึ่ง

ที่มา https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/126342

Related links

กสอ. เตรียมงบ 150 ลบ. เร่งมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมไทย หนุน 4 กลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุม SMEs-ชุมชน-เกษตร-คนตกงาน

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม สั่งการให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เร่งมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมไทย ครอบคลุม 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ 1. ผู้ประกอบการและบุคลากรภาคอุตสาหกรรม เสริมองค์ความรู้เพื่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2. ชุมชนและวิสาหกิจชุมชน โดยการพัฒนาชุมชน/วิสาหกิจชุมชนในท้องถิ่น เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับการท่องเที่ยว 3. เกษตรกร ธุรกิจเกษตร พัฒนาทักษะการบริหารจัดการอุตสาหกรรม และ 4.ประชาชน แรงงาน และบัณฑิตจบใหม่ ด้วยการปรับเพิ่ม สร้างทักษะใหม่ สร้างโอกาสทางอาชีพอิสระ สู่การเป็นผู้ประกอบการ ภายใต้แนวคิดของการส่งเสริมแบบ “ปรับตัวให้ถูกทางอย่างยั่งยืน” ด้วยการผันงบประมาณจากงบปกติกว่า 150 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วนให้ดีพร้อม ภายในระยะเวลา 90 วัน

โดยตั้งเป้าฟื้นฟูผู้ประกอบการกว่า 4,000 กิจการ 11 ชุมชน อบรมคนว่างงาน สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพกว่า 6,000 คน พร้อมเสริมสร้างทักษะคนตกงาน ว่างงาน ให้สามารถสร้างธุรกิจใหม่ 400 กิจการ เพื่อเป็นหนึ่งปัจจัยในการขับเคลื่อนและกระตุ้น GDP ในกลุ่มอุตสาหกรรม SMEs ของประเทศ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3126402

Related links

วางระบบท่อส่งน้ำแก้แล้งเร่งด่วนพื้นที่ EEC สำเร็จ พร้อมส่งน้ำให้นิคมฯเวลโกรว์ 20 พ.ค.นี้

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัญหาภัยแล้งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการเร่งแก้ไขปัญหาให้กับทุกภาคส่วน ทั้งด้านการอุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม ที่ผ่านมา กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา และได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหาความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ในลักษณะการเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง และแผนระยะยาว ซึ่งจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) (East Water) กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค และภาคประชาชน ทำให้มีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ เช่น การก่อสร้างระบบสูบกลับชั่วคราว คลองสะพานเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง ระยะทาง 2.8 กม. เพื่อเสริมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำประแสร์ อัตราการสูบ 170,000 ลบ.ม. ต่อวัน ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จและได้มีการทดสอบระบบสูบน้ำไปแล้วเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา และนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ที่ประสบปัญหาปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอความต้องการใช้น้ำซึ่งมีถึงประมาณวันละ 18,000-20,000 ลบ.ม.ต่อวัน และปริมาณในแหล่งน้ำสำรองของนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์มีปริมาณต่ำว่าเกณฑ์มาก ประกอบกับไม่มีน้ำมาเติมในอ่างเก็บน้ำ จึงได้วางแผนวางท่อส่งน้ำจากสระเอกชนเพื่อเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการวางระบบท่อเพื่อแก้ไขปัญหาแบบถาวร ปัจจุบันได้ดำเนินการวางท่อแล้วเสร็จ (ระยะที่ 2-3) และพร้อมจะจ่ายน้ำเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมได้ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

สำหรับการวางระบบท่อเพื่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ EEC เป็นการเร่งด่วน ระยะทางรวม 36.2 กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 จากโรงกรองน้ำพานทอง 1 ผ่านสถานีพานทอง 2 ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร ระยะที่ 2 จากสถานีพานทอง 2 เข้าสู่สถานีเพิ่มแรงดันน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ระยะทาง 9.8 กิโลเมตร และระยะที่ 3 จากสถานีเพิ่มแรงดันน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ส่งต่อไปยังนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ระยะทาง 15.9 กิโลเมตร ทั้งนี้ การวางระบบท่อทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือน 30 มิถุนายน 2563 เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับพื้นที่ EEC และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างเป็นระบบต่อไป

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3121690

Related links

กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมชงมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเพิ่ม รับมือโควิด-19

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมชงมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเพิ่ม ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก. หลังชงมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้ผู้ประกอบการโรงงานเข้า ครม. แล้ว เตรียมพลิกฟื้นธุรกิจรับมือโควิด-19
นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมชงมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้า ครม. เพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เสนอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้ผู้ประกอบการโรงงานทั่วประเทศแล้ว โดยมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในครั้งนี้ ประกอบด้วยมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก. ค่าธรรมเนียมใบรับรองระบบงาน และค่าธรรมเนียมการตรวจสอบโรงงาน ซึ่งมาตรการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการกว่า 30,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 210 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้ผู้ประกอบการ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการในการขอรับใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และใบรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก.เอส) กว่า 12,000 ราย มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้นำเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อทราบแล้ว และเตรียมเสนอเข้า ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป สำหรับมาตรการเยียวยาอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกรชาวไร่อ้อยจะตามมาเป็นระยะ ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากที่ ครม. ให้ความเห็นชอบแล้ว สมอ. จะเริ่มดำเนินการทันที เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ และสร้างบรรยากาศในการลงทุน รวมทั้ง เตรียมการช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาให้ผู้ประกอบการ ภายหลังสถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถฟิ้นฟูเศรษฐกิจให้เข้าสู่สภาวะปกติได้ในไม่ช้า สำหรับมาตรการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในช่วงการแพร่ระบาดนี้ สมอ. ยังคงดำเนินการอย่างเข้มงวด แม้จะมีมาตรการปฏิบัติงานภายในที่พัก หรือ Work from Home เพราะการปฏิบัติงานโดยส่วนใหญ่ของ สมอ. เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งกระบวนการออกใบอนุญาต และการตรวจติดตาม สำหรับการนำเข้าสินค้าที่ สมอ. ควบคุม เช่น สินค้ากลุ่มเหล็ก กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และของเล่น สมอ. ได้เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดผ่านระบบ National Single Window (NSW) หากพบสินค้าชนิดใดมีการนำเข้าในปริมาณมากผิดปกติ จะเข้าทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทันที” นายวันชัยฯ กล่าว

ที่มา http://www.thaigov.go.th

Related links

“ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีนำเข้าน้ำมัน หวังคุ้มครองอุตสาหกรรมพลังงานสหรัฐ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ออกมาขู่ว่า ตนอาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันดิบ โดยอ้างว่าเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศซึ่งกำลังเดือดร้อนจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนัก
ปธน.ทรัมป์ แถลงที่ทำเนียบขาวว่า “ถ้าผมต้องเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันจากข้างนอก หรือทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องแรงงานภาคพลังงานกว่าหลายหมื่นคนในบริษัทอันเยี่ยมยอดที่เป็นผู้สร้างตำแหน่งงานเหล่านี้แล้ว ผมก็จะทำสิ่งที่ต้องทำ”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การบริโภคน้ำมันได้ลดลงอย่างมาก หลังประเทศต่าง ๆ ได้ใช้มาตรการควบคุมและสั่งปิดกลไกเศรษฐกิจในวงกว้าง เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมน้ำมันยังได้รับผลกระทบจากสงครามราคาระหว่างซาอุดีอาระเบียกับรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 18 ปีเมื่อช่วงต้นสัปดาห์

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq30/3112202

Related links

พลิกวิกฤติ สร้างโอกาส! กสอ. เปิดคอร์สเร่งด่วนสอนเอสเอ็มอี ขายออนไลน์ ดีเดย์ 27 มีนาคม ขานรับโควิด-19 ดันอีคอมเมิร์ซบูม

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดตัวโครงการอบรมออนไลน์ “ปั้น SMEs ค้าออนไลน์สู้วิกฤตโควิด-19″ ที่มาพร้อม 6 หลักสูตรเด็ด เพื่อเพิ่มทักษะผู้ประกอบการแบบเร่งด่วน 3 เดือน ดีเดย์ครั้งแรก 27 มีนาคมนี้ คาดผู้ประกอบการเข้าร่วมอบรมออนไลน์ 5,000 ราย พร้อมแนะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน เร่งปรับการตลาดและขยายช่องทางออนไลน์ (E-commerce) ผ่านออนไลน์มาร์เก็ตเพลส อาทิ ไทยแลนด์ โพสต์มาร์ท ลาซาด้า ช้อปปี้ อาลีบาบา อเมซอน และโซเชียลมีเดียขานรับวิกฤติโควิด-19 ดันอีคอมเมิร์ซเติบโต 20-50%

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ภายในประเทศไทยส่งผลให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากออฟไลน์มาสู่ช่องทางออนไลน์ (E-commerce) มากขึ้น ทำให้ตลาดออนไลน์ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโต 20-50% (ข้อมูล: ลาซาด้า) ดังนั้น เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน ปรับเปลี่ยนมาดำเนินการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อทดแทนในช่วงที่พฤติกรรมของคนไทยชะลอการซื้อผลิตภัณฑ์ตามสถานที่สาธารณะและร้านค้าต่าง ๆ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3109222

Related links

พิธีส่งมอบเครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์โครงการ “พัฒนานวัตกรรมยางธรรมชาติไทยสู่อุตสาหกรรมโลก”

กลุ่มบริษัทอินโนเวชั่น โดย บริษัท พี ไอ อินดัสทรี จำกัด ได้จัดทำโครงการ “พัฒนานวัตกรรมยางธรรมชาติไทยสู่อุตสาหกรรมโลก” โครงการระยะที่ 1 “Trang Model” โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง บจ. พี ไอ อินดัสทรี ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางเครือข่ายปะเหลียน และศูนย์บริการทดสอบรับรองภาคใต้ กยท.

โดย บจ. พี ไอ อินดัสทรี ได้จัดผู้เชี่ยวชาญเข้าวางระบบการการบริหารจัดการข้อมูล Traceability System ส่วนที่ 1 จัดทำโปรแกรมสำเร็จรูป NR TREK(R) และ NR Packing(R) ที่เชื่อมโยงข้อมูลการผลิตจากสหกรณ์ในเครือข่ายของชุมนุมฯ มายังโรงงานบรรจุยางฯ ส่วนที่ 2 จัดตั้งโรงงานบรรจุยางและศูนย์กระจายสินค้า ของชุมนุมฯ โดยจัดส่งวิศวกรเข้าไปดำเนินการออกแบบและติดตั้งระบบสายพานลำเลียง รวมถึงระบบชั่งน้ำหนักอัตโนมัติ เพื่อบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนที่ 3 จัดตั้งห้องทดสอบความหนืดของยาง และจัดทำระบบควบคุมมาตรฐานห้องทดสอบ โดยบริษัทฯ ได้บริจาคเครื่องวัดความหนืดของยาง (Mooney Viscometer) และ ส่วนที่ 4 ดำเนินการวิจัยและสำรวจตลาดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางให้สนองตอบความต้องการของอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ มูลค่าโครงการระยะที่ 1 รวมทั้งสิ้น 2,100,000 บาท

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3106024

Related links

CNT ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตแตะ 8,000 ลบ. หลังตุน Backlog 1.26 หมื่นลบ.

นายสุรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ กรรมการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) (CNT) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 63 จะเติบโตเป็น 8,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 7,347.86 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) รวม 12,655 ล้านบาท

ประกอบด้วยงานส่วนต่อต่อขยายท่าอากาศยานขอนแก่น, งานส่วนต่อขยายท่าอากาศยานกระบี่และโครงการก่อสร้างคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นต้น คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 7,000-8,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป

บริษัทยังอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานใหม่ มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท โดยจะมีทั้งงานโครงการขนาดใหญ่ และงานโครงการขนาดกลาง-เล็ก เช่น โครงการขยายโรงพยาบาลย่านศรีนครินทร์ มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท คาดจะรู้ผลในเดือน เม.ย.นี้

งานก่อสร้างเกี่ยวกับระบบขนส่งทางราง ของภาครัฐ คาดจะรู้ผลในช่วงปลายไตรมาส 2/63 หรือช่วงต้นไตรมาส 3/63 และงานโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ของภาคเอกชน มูลค่าโครงการประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท รวมถึงยังมีโครงการขนาดกลาง-เล็กอีกประมาณ 3-4 โครงการ คาดจะทยอยรู้ผลตั้งแต่ไตรมาส 2/63

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ทิศทางตลาดก่อสร้างในปีนี้มองว่าส่วนใหญ่จะมาจากงานภาครัฐ โดยเฉพาะงานด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะออกมามากขึ้น ส่วนงานภาคเอกชน ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพ่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หากจบเร็วก็จะฟื้นตัวเร็ว โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่งานอาคารต่างๆ หรือที่อยู่อาศัยในปีนี้จะน้อยลง เนื่องจากยังมีจำนวนสินค้าเหลือขายในปริมาณที่สูง

นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งงบลงทุนปีนี้ไว้ 200 ล้านบาทในการปรับปรุงเครื่องจักร และซื้อเครื่องจักรใหม่รองรับการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นหลัก โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดจาการดำเนินงาน และการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ณ สิ้นปี 62 บริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ระดับ 2.22 เท่า

ที่มา https://www.infoquest.co.th/2020/7194

Related links

กระทรวงอุตสาหกรรมจีนเร่งภาคการผลิตอุปกรณ์การแพทย์เพื่อรับมือโควิด-19

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ได้ผลักดันให้มีการผลิตและจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อที่จะรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ดีกว่าเดิม

MIIT ระบุว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นสูงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้อย่างมาก ดังนั้นกลุ่มผู้ผลิตควรจะเร่งฟื้นการผลิต เพื่อไม่ให้กระทบห่วงโซ่อุปทาน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผู้ผลิตบางรายได้เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งในระหว่างวันหยุดเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19

ขณะที่ Mindray หนึ่งในผู้จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นนำของจีน ได้ผลิตและส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์แล้วกว่า 35,000 ชิ้นให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศจีน เมื่อนับถึงวันที่ 17 ก.พ.

MIIT ย้ำว่า นอกเหนือจากการสร้างความมั่นใจว่า จะมีหน้ากากและชุดป้องกันที่เพียงพอแล้ว ยังควรจะให้ความสำคัญกับการผลิตและจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และยาให้เพียงพอด้วยเช่นกัน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3098968

Related links

PTTEP จับมือสวทช. หนุนพัฒนา EECi ร่วมวิจัย-พัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์อุตสาหกรรม 4.0

บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือปตท.สผ. และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือการสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม 4.0 โดยปตท.สผ. และ สวทช. จะดำเนินกิจกรรมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกัน ทั้งด้านองค์ความรู้ การพัฒนาด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต

นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. หน่วยงานวิจัยและพัฒนา ในฐานะที่เป็นผู้บริหารโครงการ EECi ได้ดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ โดยมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก สำหรับความร่วมมือกับ ปตท.สผ. ในครั้งนี้ เป็นการประสานประโยชน์ร่วมกันในการเป็นพันธมิตรร่วมทางที่ดี ซึ่ง สวทช. ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และมุ่งเน้นถึงประโยชน์ของ EECi ที่จะเกิดขึ้นกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมยุค 4.0 การพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติ และการยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ในสาขาต่าง ๆ ของทั้งสองฝ่ายและภาคส่วนอื่น ๆ ของประเทศ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq05/3097862

Related links