“อ.ทวีสุข” ชี้หลายอุตสาหกรรมเตรียมล้มละลาย แนะอย่ายื้อจมกองหนี้

“อ.ทวีสุข” ชี้ คลื่นสึนามิล้มละลาย กระทบอุตสาหกรรมการบิน โรงแรม รถยนต์ แนะรัฐสื่อสารให้เข้าใจ หวั่นกู้เงินจมกองหนี้ สุดท้ายไปไม่รอดอยู่ดี เชื่อ ธปท.- ก.ล.ต. มาถูกทาง ระบบธนาคารในไทยจะไม่ล้มละลายแบบปี 40 ขอแค่คนในประเทศอย่าแพนิกข่าวลือ แห่ถอนเงิน ถอนกองทุน

อ.ทวีสุข ธรรมศักดิ์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง “นิวส์วัน” ในหัวข้อ “สึนามิล้มละลาย ภาค 2 โควิดตัวเร่งโละระบบโลก”

โดย อ.ทวีสุข กล่าวว่า คลื่นสึนามิการล้มละลาย เราจะเห็นภายในปีนี้ มันจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในไตรมาสที่ 3 ไปจนถึงไตรมาสที่ 4 ของปีหน้า ตอนนี้สภาวะเศรษฐกิจโลกและหลายๆ อย่าง เหมือนเรือกำลังจะวิ่งชนเทือกเขาน้ำแข็งใหญ่ ชนแน่ๆ แก้ได้เพียง 2 วิธี คือ ปล่อยให้ชนเต็มที่ หรือชะลอความเร็ว ให้ชนเบาที่สุด

สิ่งที่ทำวันนี้ จีนทำได้ เขาเริ่มวางโครงสร้างของนิวอีโคโนมิก ซึ่งวางมาประมาณ 5 ปีแล้ว เศรษฐกิจเขาก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ จีนจะเหมือนเป็นตัวนำระบบโลกใหม่เลย โลกหลังจากนี้จะแยกออกเป็น 2 ฝั่ง และแต่ละประเทศจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่จะมีจุดรวมซึ่งกันและกัน
ถ้าพวกระบบอุตสาหกรรมเก่าล้มละลาย มันจะทำให้ตัวระบบธนาคารทั่วโลกล้มละลายตามไปด้วย คนที่เข้ามาเป็นพระเอก คิดว่าน่าเป็นองค์กรกลางระดับโลก อย่าง IMF แล้วธนาคารโลกอาจเข้าให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับตัวธนาคาร และแทนที่ระบบด้วยการวางดิจิทัลเคอร์เรนซีเลย ซึ่งแบงก์ชาติของเราตอนนี้ก็ทำเฟสที่ 2 แล้ว เพื่อที่จะวางระบบ ระบบธนาคารก็เริ่มวางแพลตฟอร์ม นี่คือ โมเดลอันใหม่ ดังนั้น การทรุดตัวของเศรษฐกิจครั้งนี้ มันจะทำให้ระบบเก่าหายไปแบบฉับพลันเลย ซึ่งอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ตรงนี้

อ.ทวีสุข กล่าวถึงกรณี ธปท.สั่งแบงก์พาณิชย์ห้ามจ่ายปันผล ห้ามซื้อหุ้นคืน ว่า เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ผู้คุมกฎ 2 ฝ่าย ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. กำลังใช้โมเดลลักษณะของการเป็น Active Management โดยธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้นำในการตรวจสอบระบบความเสี่ยง ตนเข้าใจว่าทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ไม่ได้บอกสื่อ

มารอบนี้เห็นความเสี่ยง เนื่องจากทบทวนตัวเลขของผู้ยื่นชำระหนี้ และเข้าไปตรวจสอบ ในเวลา 2 เดือน ก็ค้นพบแล้วว่า นี่คือสึนามิลูกใหญ่ที่ก่อให้เกิดหนี้เสียของระบบธนาคาร ดังนั้น จึงต้องเก็บเงินเพื่อเป็นสำรองของระบบธนาคาร ตรงนี้แบงก์ชาติกล้าตัดสินใจ ตนไม่เชื่อว่า ระบบธนาคารในไทยจะเข้าสู่ภาวะล้มละลายแบบปี 40 ถ้าไม่มีใครไปวางยาให้เกิดแพนิก ถ้าการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. ทำงานร่วมกันแบบนี้ ซึ่งที่ทำอยู่มาถูกทาง แต่มันยังมีคลื่นใหญ่รออยู่

ปี 40 จุดเริ่มต้นมีการปล่อยข่าวให้เทขายตราสารหนี้ของ บลจ. แห่งหนึ่ง หลังจากนั้น มันลามไปถึงการถอนเงินจากธนาคาร มันเลยทำให้ทุกอย่างล้มเป็นโดมิโนไปหมด

ฉะนั้น พวกเราต้องระวัง จะมีกลุ่มคนที่อยู่ในอุตสาหกรรม พยายามที่จะปล่อยข่าว อย่างกรณีการเทขายตราสารหนี้ เทขายล็อตใหญ่จริง แต่ทำไมต้องปล่อยข่าวลือว่ามีการขายโน่นขายนี่ บางคนออกมาพูดว่าตราสารหนี้จะเริ่มไม่ดี ตราสารหนี้ในเมืองไทยอ่อนแอ แต่เห็นล่าสุดบอกให้รัฐบาลสร้างหนี้อีก 2 ล้านล้าน เพื่อไปอุ้มเอสเอ็มอี พวกนี้อยากให้ประเทศก่อหนี้ขึ้นไปจนถึงระดับที่สูงเกินกว่าจีดีพีที่เราจะรับได้ ก็คือ 60 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ฉะนั้น ถ้าประเทศก่อหนี้ขึ้นไปแล้วไม่เกิดมูลค่า ปีหน้าหนักกว่านี้ เราไม่มีเครื่องมือทางการเงินเหลือแล้ว นี่คือเงินคงคลังก้อนสุดท้าย เราก่อหนี้เพิ่มไม่ได้แล้ว

อ.ทวีสุข กล่าวอีกว่า ต้องยอมรับว่า วันนี้ ต้องมีการบาดเจ็บล้มตาย แต่ขอให้สื่อสารให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาไปต่อไม่ไหวแล้ว ไม่ใช่ผลัดไปทีละเดือนๆ ไม่เช่นนั้น พวกเขาจะจมกองหนี้ สมมติเขาตัดตอนนี้เลย เจ็บแต่จบ แต่ถ้าจะต้องลากต่อไปจนถึงสิ้นปี จะไปขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปรากฏหนี้เต็มหมด แต่กิจการก็ไม่รอดอยู่ดี การส่งสัญญาณแบบนี้ ขณะนี้รัฐบาลกำลังเป็นตัวปัญหาหรือเปล่า และฝ่ายที่กำลังช่วงชิงรัฐบาลกำลังสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาหรือเปล่า ในขณะที่ผู้คุมกฎกำลังบริหารเพื่อลดความเสี่ยง

ที่มา https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000066933

Related links

วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ เซ็นสัญญากลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมการบิน พัฒนางานวิชาการสร้างกำลังคนอาชีวะ

นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมมือกับ กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมการบิน ได้แก่ บริษัทซีเนียร์ แอร์โรสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไทย แอร์โรสเปซ อินดัสทรีส์ จำกัด และสนามบินหนองปรือ ในการร่วมเป็นพาร์ทเนอร์สนับสนุน และส่งเสริมการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาหลักสูตร รวมถึงการฝึกอบรมวิชาชีพในสาขาวิชาการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน สาขาวิชาช่างซ่อมอากาศยาน และสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบิน เพื่อพัฒนานักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้มีศักยภาพ ประสิทธิภาพ และทักษะด้านผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน รวมถึงการได้รับประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีสมรรถนะวิชาชีพที่ตรงตามมาตรฐาน

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การดำเนินความร่วมมือในครั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ได้ใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอน และการจัดการในลักษณะของ ‘สัตหีบโมเดล’ คือการจับคู่การเรียนการสอนระหว่างวิทยาลัย และสถานประกอบการ โดยการยกห้องเรียนทั้งห้องเรียน หรือคลาสรูมในสาขาวิชานั้นๆ เพื่อมาเรียนกับบริษัท หรือสถานประกอบการแห่งใดแห่งหนึ่ง โดยวิทยาลัย จะมีหน้าที่คัดสรรสาขาวิชา ร่วมกับ สถานประกอบการใน EEC ที่มีเครื่องมือ ความรู้ บุคลากร มีความชำนาญและในตลาดแรงงานมีความต้องการบุคลากรในสาขาวิชานั้นๆ สถานประกอบการจะเข้ามาร่วมออกแบบหลักสูตร เนื่องจากแต่ละสาขาวิชายังขาดครูอาจารย์ที่มีความรู้ มีความชำนาญจริงๆ โดยเฉพาะสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับ NEWS-Curve ได้แก่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิตอล และอุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อการบริหารจัดการทั้งในการจัดตารางเรียน การพัฒนาหลักสูตร และการฝึกปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับการทำงานของบริษัทหรือสถานประกอบการ ซึ่งเป็นแนวทางในแผนการพัฒนาบุคลากรด้านกำลังคนระดับอาชีวศึกษา โดยมีการประเมินความสามารถในการผลิตกำลังคนอาชีวะเข้าสู่ตลาดในพื้นที่ EEC เพื่อรองรับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในปี 2564 และมีแนวโน้มในการประเมินคุณภาพ และมาตรฐานที่ดี และถ้าประสบความสำเร็จ ก็จะสามารถต่อยอดและขยายผลสร้างแรงงานทักษะสูงให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดได้ในอนาคต โดยไม่ต้องพึ่งแรงงานนำเข้า

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3134753

Related links

Nissan ประกาศปลดพนักงานอีก 248 คนที่อังกฤษ หลังภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ยังไม่ฟื้น

สำหรับการประกาศปลดพนักงานครั้งล่าสุดของ Nissan เกิดขึ้นที่โรงงานผลิตในซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ โดยเป็นการปลดพนักงานชั่วคราวทั้งสิ้น 248 คนที่รับผิดชอบงานในฝ่ายผลิต และจากการปลดพนักงานครั้งนี้ ที่โรงงานดังกล่าวยังมีพนักงานเหลือทั้งสิ้น 5,750 คน

ทาง Nissan ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการปลดพนักงานครั้งนี้ว่า ด้วยสถานการณ์อุตสาหกรรมในกลุ่มประเทศยุโรปที่ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ความต้องการรถยนต์ลดลงอย่างชัดเจน และบริษัทต้องปรับลดกำลังการผลิตลงเช่นกัน เพื่อให้ธุรกิจสามารถผ่านวิกฤต COVID-19 ไปได้

ทั้งนี้โรงงานผลิตในซันเดอร์ของ Nissan มีสองไลน์ผลิต และหยุดการผลิตมาตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. โดยเพิ่งกลับมาเปิดไลน์ผลิตแรกช่วงต้นเดือนมิ.ย. แต่เป็นการกลับมาผลิตเพียงไลน์เดียวเท่านั้น ประกอบด้วยรุ่น Juke และ Qashqai ส่วนอีกไลน์ผลิตที่มีรุ่น Qashqai และ LEAF นั้นจะกลับมาผลิตในปลายเดือนมิ.ย.

อย่างไรก็ตามกลุ่มพันธมิตร Renault-Nissan-Mitsubishi มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ นั่นคือการกระจายการทำตลาดในแต่ละแบรนด์ โดย Renault จะทำตลาดในยุโรป, Nissan ทำตลาดสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ส่วนประเทศรองอื่นๆ เป็น Mitsubishi ดังนั้นต้องติดตามกันว่าโรงงานที่อังกฤษของ Nissan ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

กลายเป็นการปลดพนักงานอย่างต่อเนื่องสำหรับอุตสาหกรรมผู้ผลิตรถยนต์ เพราะช่วงนี้ความต้องการในตลาดนั้นลดลงมาก และยังไม่มีใครรู้ว่าการระบาดของโรค COVID-19 จะสิ้นสุดเมื่อไร ยังดีที่ในประเทศไทยยังไม่มีข่าวปลดพนักงานในอุตสาหกรรมรถยนต์มากนัก และหวังว่ามันคงไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้

ที่มา https://brandinside.asia/nissan-layoff-248-jobs/

Related links