สสว. จับมือสถาบันอาหาร เดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมมะพร้าว สับปะรด และกระเทียม

สสว. ได้บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินกิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์มะพร้าว สับปะรด และกระเทียม ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ปี 2563 คลัสเตอร์มะพร้าว สับปะรด และกระเทียม โดยเน้นการกระตุ้นความเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการ คำนึงถึงความต้องการของตลาด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ พัฒนาผู้ประกอบการในเครือข่ายให้มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ การพัฒนาช่องทางการตลาดในเชิงรุกผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ สร้างมูลค่าเพิ่มโดยมุ่งสนับสนุนการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์

เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในเชิงพาณิชย์ พัฒนาเครือข่ายมะพร้าวเดิม จำนวน 1 คลัสเตอร์ (คลัสเตอร์มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร) สับปะรด จำนวน 1 คลัสเตอร์ (คลัสเตอร์สับปะรดสยามโกลด์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) และกระเทียม จำนวน 1 คลัสเตอร์ (กลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกกระเทียมจังหวัดเชียงใหม่) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาองค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจแบบคลัสเตอร์ และพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ ของผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ จำนวนไม่น้อยกว่า 405 ราย

โดยสถาบันอาหารได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานดำเนินการโครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ปี 2563 คลัสเตอร์มะพร้าว สับปะรด และกระเทียม โดยมีกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน 6 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินกิจกรรม ทั้งนี้จะนำผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินการธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในแต่ละกลุ่ม อาทิ จัดอบรมหลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หลักสูตรมาตรฐานการผลิต หลักสูตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หลักสูตรการพัฒนาคลัสเตอร์ เพื่อให้จัดทำแผนการพัฒนากลุ่มคลัสเตอร์ หลักสูตรการตลาดและการสร้างแบรนด์เชิงสร้างสรรค์สำหรับผู้นำคลัสเตอร์มะพร้าว สับปะรด และกระเทียม รวมถึงการทำเวิร์คชอป

นอกจากนี้ยังให้การส่งเสริมขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ได้แก่ การนำสินค้าที่ได้รับการคัดเลือกไปจำหน่ายในงานแสดงสินค้าภายในประเทศ หรือจัดให้มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจในรูปแบบออนไลน์กับคู่ค้าต่างประเทศ เป็นต้น

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3170316

Related links

กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมชงมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเพิ่ม รับมือโควิด-19

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมชงมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเพิ่ม ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก. หลังชงมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้ผู้ประกอบการโรงงานเข้า ครม. แล้ว เตรียมพลิกฟื้นธุรกิจรับมือโควิด-19
นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมชงมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้า ครม. เพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เสนอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้ผู้ประกอบการโรงงานทั่วประเทศแล้ว โดยมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในครั้งนี้ ประกอบด้วยมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก. ค่าธรรมเนียมใบรับรองระบบงาน และค่าธรรมเนียมการตรวจสอบโรงงาน ซึ่งมาตรการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการกว่า 30,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 210 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้ผู้ประกอบการ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการในการขอรับใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และใบรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก.เอส) กว่า 12,000 ราย มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้นำเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อทราบแล้ว และเตรียมเสนอเข้า ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป สำหรับมาตรการเยียวยาอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกรชาวไร่อ้อยจะตามมาเป็นระยะ ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากที่ ครม. ให้ความเห็นชอบแล้ว สมอ. จะเริ่มดำเนินการทันที เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ และสร้างบรรยากาศในการลงทุน รวมทั้ง เตรียมการช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาให้ผู้ประกอบการ ภายหลังสถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถฟิ้นฟูเศรษฐกิจให้เข้าสู่สภาวะปกติได้ในไม่ช้า สำหรับมาตรการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในช่วงการแพร่ระบาดนี้ สมอ. ยังคงดำเนินการอย่างเข้มงวด แม้จะมีมาตรการปฏิบัติงานภายในที่พัก หรือ Work from Home เพราะการปฏิบัติงานโดยส่วนใหญ่ของ สมอ. เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งกระบวนการออกใบอนุญาต และการตรวจติดตาม สำหรับการนำเข้าสินค้าที่ สมอ. ควบคุม เช่น สินค้ากลุ่มเหล็ก กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และของเล่น สมอ. ได้เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดผ่านระบบ National Single Window (NSW) หากพบสินค้าชนิดใดมีการนำเข้าในปริมาณมากผิดปกติ จะเข้าทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทันที” นายวันชัยฯ กล่าว

ที่มา http://www.thaigov.go.th

Related links

กระทรวงอุตสาหกรรมจีนเร่งภาคการผลิตอุปกรณ์การแพทย์เพื่อรับมือโควิด-19

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ได้ผลักดันให้มีการผลิตและจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อที่จะรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ดีกว่าเดิม

MIIT ระบุว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นสูงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้อย่างมาก ดังนั้นกลุ่มผู้ผลิตควรจะเร่งฟื้นการผลิต เพื่อไม่ให้กระทบห่วงโซ่อุปทาน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผู้ผลิตบางรายได้เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งในระหว่างวันหยุดเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19

ขณะที่ Mindray หนึ่งในผู้จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นนำของจีน ได้ผลิตและส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์แล้วกว่า 35,000 ชิ้นให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศจีน เมื่อนับถึงวันที่ 17 ก.พ.

MIIT ย้ำว่า นอกเหนือจากการสร้างความมั่นใจว่า จะมีหน้ากากและชุดป้องกันที่เพียงพอแล้ว ยังควรจะให้ความสำคัญกับการผลิตและจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และยาให้เพียงพอด้วยเช่นกัน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3098968

Related links

9 โรงงานในกลุ่มบริษัทไอวีแอล คว้ารางวัล CSR-DIW Continuous Award

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล นำโดยผู้บริหารจาก 9 โรงงานในกลุ่มบริษัทไอวีแอลเข้ารับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ประจำปี 2562 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของไอวีแอลในการดำเนินงานด้านความยั่งยืน มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้กับพนักงาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การส่งเสริมด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ พนักงาน และผู้รับเหมา การจ้างงานพนักงานในชุมชนเพื่อส่งเสริมความเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชน การใช้ทรัพยากรและพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนให้การสนับสนุนและให้ความรู้ในการรีไซเคิลแก่ชุมชนโดยรอบ

โรงงานของกลุ่มบริษัทไอวีแอล 9 แห่ง ที่ได้รับรางวัล CSR-DIW Continuous Award ได้แก่ จ.นครปฐม บริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)จ.ลพบุรี บริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด (มหาชน), บริษัท อินโดรามา โฮลดิ้งส์ จำกัด, บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท เอเชีย เพ็ท (ประเทศไทย) จำกัดจ.ระยอง บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด, บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคม จำกัด (PET), บริษัท ทีพีที ปิโตรเคมีคอลส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด (มหาชน)

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3047138

Related links

Aeroflex รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว จากกระทรวงอุตสาหกรรม

นายอนันท์ โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารและพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด (Aeroflex) บริษัทย่อยของ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (EPG) เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลและเกียรติบัตร “โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจดำเนินงานอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกด้านในการประกอบธุรกิจจนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ณ สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3041439

Related links

บอร์ดตั้งรองสุนันท์ นั่งแท่นรักษาการผู้ว่าการ กยท. คนล่าสุด

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้จัดประชุมคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 9/2562 มีมติเห็นชอบให้ นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยคนล่าสุด หลังนายศิริรุจ จุลกะรัตน์ กรรมการ กยท. ผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ กยท. ว่าไม่สามารถเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวได้ ซึ่งคณะกรรมการเห็นควรให้นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล ขึ้นรักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เนื่องจากมีประสบการณ์การทำงาน มีความรอบรู้ และความเชี่ยวชาญเรื่องยางพารา และทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางมาเป็นเวลานาน พร้อมทั้งสามารถประสานงาน แสวงหาความร่วมมือได้กับทุกกระทรวง

ด้าน นายสุนันท์ กล่าวหลังรับตำแหน่งว่า “จากนี้จะเดินหน้าผลักดัน กยท. ในทุกด้านให้เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงขับเคลื่อนนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในด้านต่างๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และพร้อมรับฟังข้อเสนอและความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน”

ในส่วนของประวัติการทำงาน นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล เข้าเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจของการยาแห่งประเทศไทย (กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางเดิม) มาตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2535 และเข้ารับตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3027868

Related links

กรุงไทย ผนึก พันธมิตร จัดสัมมนา SMEs Genius Exporter รุ่นที่4

บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จัดโครงการฝึกอบรมสำหรับเจ้าของธุรกิจ SMEs ผู้นำเข้า-ส่งออก “SMEs Genius Exporter รุ่น 4 ตะลุยตลาดจีน” พัฒนาหลักสูตรอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับธุรกิจส่งออกให้กับผู้ประกอบการไทย (SMEs) และช่วยให้ SMEs ได้มีโอกาสขยายการส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้จริง โดยดึงวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ เผยเคล็ดลับประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในตลาดจีน ได้แก่ นายบรรณ ภุชงค์เจริญ ผู้เชี่ยวชาญการทำตลาดในจีน ร่วมด้วย นายอิทธิชัย อรรถกระวีสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำตลาดออนไลน์ในจีน บริษัท เลเวลอัพ โฮลดิ้งจำกัด ( Level Up Holding Co., Ltd.) พร้อมคณะวิทยากรหลากหลายสาขา เพื่อส่งมอบความรู้เสริมทักษะให้ผู้ประกอบการณ์อย่างมากที่สุด ณ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ DITP (รัชดาภิเษก) เมื่อเร็วๆ นี้

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2999328

Related links

จีนเผยยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนเดือนมี.ค.ลดลง 4.1% เทียบรายปี

สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของจีน (CAICT) เปิดเผยว่า ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนของจีนในเดือนมี.ค. ลดลง 4.1% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 26.94 ล้านเครื่อง

CAICT ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยรายงานระบุว่า ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 94.9% ของยอดการจัดส่งโทรศัพท์มือถือทั้งหมดของจีนในเดือนมี.ค.

รายงานระบุว่า แม้ตลาดโทรศัพท์มือถือหดตัวลง แต่การลดลงยังไม่รุนแรงมากนัก
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ยอดการจัดส่งโทรศัพท์มือถือทั้งหมดในเดือนมี.ค. ลดลง 6% โดยในจำนวนนี้ 95.1% เป็นโทรศัพท์ระบบ 4G ขณะที่โทรศัพท์มือถือแบรนด์ของจีน มีสัดส่วนในการจัดส่งทั้งหมด 90.5% ในเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้นจาก 90.3% ในเดือนก.พ. 2562

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq38/2979045

Related links

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ฉลอง 20 ปี เปิดใหญ่ศูนย์ปฏิบัติการทดสอบ

สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 5 ณ ศูนย์ปฏิบัติการและมาตรฐานสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นิคมอุตสาหกรรมบางปู พร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงาน และนิทรรศการทางวิชาการแสดงผลงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม โดยมีนายพสุ โหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวนิสากร จึงเจริญะพรรมรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสมอ. และนายสมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมงานด้วย

อาคารปฏิบัติการืดสอบ 5 จัดสร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายขอบข่ายการให้บริการด้านหารมาตรฐาน การทดสอบ และการรับรองผลิตภัณฑ์ของสถาบันฯในอนาคตไได้อีก  3-5 ปี อาทิ การทดสอบอุปกรณ์EV Charger การทดสอบเครื่องปรับอากาศระบบ Mulit-Split รวมทั้งรองรับงานมาตรฐานอื่นๆ และ Smart Electronics เป็นต้น

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Related links

รัฐมนตรีช่วย ก.อุตฯ ลงพื้นที่ก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์ฯ สาธิตการทดสอบสนามตามมาตรฐานสากล หลังได้รับการรับรองจากสเปน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติแห่งแรกของอาเซียน ชมการทดสอบสนามตามมาตรฐานสากล หลังได้รับการรับรองสนามทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 และ ISO 10844 : 2014 จาก Applus+IDIADA ราชอาณาจักรสเปน

นายสมชาย  หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเดินทางลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center – ATTRIC) และเป็นประธานสักขีพยานในการรับมอบใบรับรองสนามทดสอบยางล้อ ตามมาตรฐาน UN R117 จาก Applus+IDIADA ราชอาณาจักรสเปน ว่า คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์ฯ ภายในกรอบวงเงิน 3,705.7 ล้านบาท บนพื้นที่ 1,235 ไร่ ณ บริเวณเขตสวนป่าลาดกระทิง ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้บริการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์   ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อตามมาตรฐานสากล

ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ – ATTRIC (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center) เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเร่งรัดการพัฒนาการมาตรฐาน การวิจัยและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนและยางล้อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอนาคต เอื้อให้เกิดการลงทุนในกิจกรรมการวิจัยและพัฒนายานยนต์ต้นแบบ และชิ้นส่วนยานยนต์ต้นแบบ ตามเป้าหมายอุตสาหกรรม S-Curve ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EASTERN ECONOMIC CORRIDOR : EEC) ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ในการสร้างแรงจูงใจให้มีการลงทุนภายในประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการพัฒนาให้เป็นประตูสู่การค้าในฐานการผลิต และระบายสินค้าของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า  การดำเนินการก่อสร้างศูนย์ทดสอบฯ ระยะที่ 1 ประกอบด้วยสนามทดสอบยางล้อและเครื่องมือทดสอบตามมาตรฐาน UN R117 ทดสอบรายการเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน (Noise) การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก (Wet Grip) และความต้านทานการหมุนของยางล้อ (Rolling Resistance) จะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3    ของปี 2562 ซึ่งในวันนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ Applus+IDIADA ราชอาณาจักรสเปน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ และให้บริการด้านการออกแบบ ทดสอบทางวิศวกรรม และให้บริการด้านการรับรองยานยนต์และชิ้นส่วนตามมาตรฐานสากลแก่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ได้เดินทางมามอบใบรับรองสนามทดสอบตามมาตรฐาน UN R117 และพื้นผิวสนามทดสอบเสียง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 10844 : 2014 ให้แก่ สมอ. สร้างความเชื่อถือในระดับสากล
 
เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่ สมอ. จัดให้มีการสาธิตการทดสอบ  ยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยได้รับชมอีกด้วย สำหรับการดำเนินการในระยะที่ 2 ที่ประกอบด้วย สนามทดสอบกลางแจ้ง 5 สนาม คือ 1) สนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์ (Long Distance and High Speed) 2) สนามทดสอบระบบเบรก (Brake Performance) 3) สนามทดสอบระบบเบรกมือ (Park Brake) 4) สนามทดสอบเชิงพลวัต (Dynamic Platform) และ 5) สนามทดสอบการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง (Skid-Pad) ขณะนี้ ได้ดำเนินการออกแบบการก่อสร้างทั้ง 5 สนามแล้ว คาดว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2564

ที่มา : M Report

Related links